SATA คือ อะไร มีกี่แบบ กี่เวอร์ชั่น และวิธีเช็คว่าคอมรองรับแบบไหน

SATA คือ

SATA คือ หนึ่งในมาตรฐานเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ และถ่ายโอนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ปัจจุบันยังมีให้ใช้ และเป็นพื้นฐานในคอมพิวเตอร์ หรือ NAS ที่ต้องใช้ฮาร์ดดิสก์เป็นหลักอีกด้วย

SATA คือ อะไร

SATA คือ มาตรฐานการเชื่อมต่อ (Interface) ที่ใช้สำหรับรับ – ส่งข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ กับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่าง ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk Drive), หรืออุปกรณ์อื่น ๆ อย่าง DVD-ROM, DVD-RW เป็นต้น ในคำพูดภาษาไทย SATA อ่านว่า “ซาต้า” ที่จริงแล้วคำว่า SATA ย่อมาจาก Serial Advanced Technology Attachment หรือจะเขียนย่อได้อีกแบบคือ Serial ATA

หน้าที่หลักของสาย SATA

สาย SATA คือ เทคโนโลยีที่ออกมาทดแทนมาตรฐานเก่าอย่าง PATA (Parallel ATA) ที่ที่รู้จักกันในชื่อเรียก IDE ซึ่งมีลักษณะเป็นสายแพขนาดใหญ่ และส่งข้อมูลได้ช้ากว่านั่นเอง

หน้าที่หลักของ SATA ก็คือใช้สำหรับเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ Interface แบบ SATA เข้ากับคอมพิวเตอร์ เพื่อให้อุปกรณ์ดังกล่าวสามารถรับ – ส่งข้อมูลไปมาระหว่างกันได้ อุปกรณ์ที่นิยมใช้มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ SATA คือ ฮาร์ดดิสก์ (HDD) และ CD-ROM, DVD-ROM หรือ DVD-RW เป็นต้น

SATA คือ

สาย SATA Cable

SATA มีกี่เวอร์ชัน

SATA มีกี่รุ่น? เทคโนโลยี SATA นั้น จะมีทั้งหมด 3 เวอร์ชันดังนี้ คือ

SATA I (Version 1)

SATA Revision 1.0 คือ เทคโนโลยี Serial ATA เวอร์ชันแรก ที่เปิดตัวมาช่วงปี ค.ศ. 2000 และใช้งานจริงในปี 2003 นับว่าเป็นรุ่นแรก ที่มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูล ความเร็วสูงสุดที่ 1.5 Gb/s หรือเทียบเท่า 150MB/s ถือว่าเป็นความเร็วในช่วงยุคนั้น หากเทียบกับปัจจุบันถือว่าช้าพอสมควร ซึ่งนิยมเรียกกันในชื่อ SATA 1.5G ไม่ได้เรียกว่า SATA 1 เสมอไป

SATA II (Version 2)

SATA Revision 2.0 เป็นเทคโนโลยี Serial ATA ซึ่งเป็นเวอร์ชันที่สอง เปิดตัวมาในช่วงปี ค.ศ. 2004 ถูกพัฒนาให้มีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูงขึ้น โดยมีความเร็วอยู่ที่ 3GB/s (SATA 3G) หรือประมาณ 300MB/s ถือว่ามีความสามารถในการถ่ายโอนเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และรองรับฟีเจอร์ Hot plug (ถอด หรือเชื่อมต่อ HDD โดยไม่ต้องปิดเครื่อง)

> อ่านบทความ HDD คืออะไร

SATA III (Version 3)

SATA Revision 3.0 หรือ SATA 3 คือ มาตรฐานการเชื่อมต่อแบบ SATA เวอร์ชันล่าสุด และเป็นเวอร์ชันสุดท้ายที่มี และความเร็ว SATA 3 จะรองรับการถ่ายโอนข้อมูลสูงสุดถึง 6GB/s เทียบเท่า 600MB/s มักเรียกกันเป็นทางการว่า “SATA 6G” มีการปรับปรุงในด้านของประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นหารจัดการพลังงาน และความเสถียรในการเชื่อมต่อ SATA III นั่นถูกใช้งานลากยาวมากตั้งแต่ช่วงปี ค.ศ. 2009 จนถึงปัจจุบันก็ยังใช้งานกันอยู่ในหลายอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอย่าง NAS Storage, Desktop PC รวมถึงอุปกรณ์สำหรับกล้องวงจรปิด เป็นต้น

สำหรับความแตกต่างระหว่าง SATA 2 และ 3 ก็จะเป็นในด้านของความเร็วที่เพิ่มขึ้น จาก 3GB/s เป็น 6GB/s นั่นเอง ซึ่งมันมีความเร็วเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าจาก SATA II

Interface หรือชนิดของพอร์ตเชื่อมต่อ SATA มีกี่แบบ

พอร์ต SATA มีกี่รุ่น? สำหรับรูปแบบของการเชื่อมต่อของ SATA ก็มีอยู่หลายแบบ โดยแบ่งได้ดังนี้ เพื่อให้รู้จักว่า SATA มีกี่รุ่น แต่ละรุ่นหน้าตาเป็นอย่างไร

มีกี่แบบ
  • Original SATA คือ Interface แบบพื้นฐาน โดยจะใช้สำหรับเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่อยู่ภายในเครื่องคอมพิวเตอร์ และปลายสายทั้ง 2 ด้าน รวมถึงพอร์ตที่เมนบอร์ด และฮาร์ดดิสก์จะเหมือนกัน สามาระเสียบสลับกันได้ แต่นี่เป็นเพียงสายสำหรับถ่ายโอนข้อมูลอย่างเดียวเท่านั้น (Data Cable) หากใช้งานจริง วิธีต่อสาย SATA ที่ถูกต้อง จำเป็นต้องมีสาย Data Cable และ SATA Power Cable สำหรับจ่ายไฟเลี้ยงให้กับอุปกรณ์ด้วย
อ่านว่า
  • eSATA หรือ External SATA จะเป็นพอร์ตเชื่อมต่อภายนอก คล้ายกับพอร์ต USB และจะมีอยู่ 2 แบบประกอบด้วย eSATA มีไว้สำหรับถ่ายโอนข้อมูลอย่างเดียว และต้องใช้สายไฟเลี้ยงเพิ่ม และ eSATAP (P = Power) หรือ eSATA + USB หมายถึงพอร์ต eSATA ที่สามารถจ่ายไฟเลี้ยงผ่านสายเส้นเดียวกัน ทำให้เสียบเชื่อมต่อใช้งานได้ทันที
สาย SATA คือ
  • mSATA หรือ mini SATA คือ เทคโนโลยีกลุ่มแรก ๆ ที่เริ่มนำ NAND Flash เข้ามาใส่ในคอมพิวเตอร์ ซึ่งพัฒนา และย่อขนาดลงมาจาก SSD 2.5-inch เพื่อให้สามารถใช้งานกับ Laptop แบบพกพา เพื่อให้เครื่องมีน้ำหนักเบา และบางลงกว่าเดิมนั่นเอง แต่ด้วยราคาค่อนข้างสูง ทำให้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในตลาดของบ้านเรามากนัก ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยตัวเลือกอื่นแล้ว

> อ่านบทความ SSD คืออะไร

SATA 2 SATA 3 ดูยังไง
  • M.2 SATA สำหรับ Interface แบบ M.2 SATA จะกลายเป็นพอร์ตที่ใช้งานร่วมกับ SSD (NAND Flash) แล้ว ซึ่งเป็นรูปแบบสมัยใหม่ คล้ายกับ M.2 NVMe SSD เลย แต่จะถูกจำกัดไว้ที่ความเร็วของ SATA 6G เท่านั้น และช่วงหลังถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี NVMe แทนแล้ว แต่ M.2 SATA SSD ก็ยังมีขายในท้องตลาดอยู่

> อ่านบทความ M.2 คืออะไร

SATA vs NVMe ต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหนดี

SATA 3 vs NVMe ถ้ามองเทคโนโลยีจาก SATA รุ่นล่าสุดของ SATA III (6GB/s) เทียบกับเทคโนโลยี NVMe ในปัจจุบันแล้ว จะมีความแตกต่างในด้านของความเร็วที่ห่างกันหลายเท่า หากมองถึงความแตกต่างกันจริง ๆ ผมสรุปเป็น 2 เรื่อง ตามนี้ครับ คือ

  • ความเร็วในการอ่าน-เขียน (Transfer Speed)
    สำหรับความเร็วในการอ่าน – เขียนข้อมูล ถือว่าเป็นสิ่งที่แตกต่างกันมากที่สุด หากเทียบจาก M.2 SATA กับ M.2 NVMe ด้วยเทคโนโลยีที่ต่างการ จึงทำให้ NVMe มีความเร็วสูงกว่าหลายเท่าตัว
  • รูปแบบการติดตั้ง (Form Factor)
    สำหรับความแตกต่างในส่วนของขนาด และรูปลักษณ์ภายนอก ตามที่กล่าวไปในหัวข้อ Interface ของ SATA มีกี่แบบ ก็จะเห็นความแตกต่างได้ชัดเจนอยู่แล้ว แต่ถ้าจะนำมาเทียบกับจริง ๆ ก็จะเทียบได้จาก M.2 SATA กับ M.2 NVMe มากกว่า เพราะมีความใกล้เคียงกันมากที่สุด M.2 SATA จะเป็น NAND Flash Memory ซึ่งมาในรูปแบบของ SSD เช่นเดียวกัน แต่มีความต่างของ Interface สำหรับเชื่อมต่อเล็กน้อย โดย M.2 SATA จะมีรอยบากอยู่คนละด้านกับ M.2 NVMe เท่านั้น หากซื้อผิดก็จะไม่สามารถใช้งานร่วมกันได้นั่นเองครับ เป็นสิ่งที่ต้องระวัง และเช็คให้ดีก่อนจะซื้อมาใช้งาน
มีกี่รุ่น

M.2 SATA vs M.2 NVMe

ควรเลือกแบบไหนดี

เลือก SATA หากคุณต้องการใช้งาน Hard Disk Drive ไว้สำหรับเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ และข้อมูลสำคัญ หรือใช้งานระบบ NAS Storage อยู่ เพราะฮาร์ดดิสก์มีความปลอดภัยต่อข้อมูลมากกว่า SSD หากเกิดความเสียหายขึ้นมา ก็ยังสามารถนำไปกู้คืนข้อมูลที่ LAB กู้ข้อมูลได้ และราคาต่อความจุก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี คุ้มค่า นอกจากนี้ยังมี SATA SSD ด้วย แล้ว SSD SATA ใช้ทำอะไรได้บ้าง จริง ๆ แล้วมันก็ คือ หน่วยความจำแบบ Nand Flash เก็บที่อ่านเขียนข้อมูลด้วยประจุไฟฟ้า แต่มันมีการตอบสนองที่ดีกว่า HDD แบบจานหมุน ทำให้มีความเร็วดีกว่า นิยมใช้สำหรับติดตั้งโปรแกรม ระบบปฏิบัติการ (OS) เพื่อคืนชีพให้กับคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าให้ทำงานเร็วขึ้นได้ด้วย

ใช้ทำอะไร

ใช้ SATA HDD สำหรับ NAS

เลือก M.2 NVME สำหรับคนที่ต้องการความสามารถ และประสิทธิภาพในการอ่าน – เขียนข้อมูลด้วยความเร็วสูง เช่นการเล่นเกม งานกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ รวมถึงงานที่ต้องการความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลสูง ส่วนมากแล้วคอมปัจจุบันนี้มักจะติดตั้ง M.2 MVMe มาให้เป็นพื้นฐาน เพื่อความเร็วในการ Run OS หรือเรียกใช้ Program ให้เร็วขึ้นนั่นเอง แต่ถ้าเกิดความเสียหาย อย่าง SSD พัง หรือเกิดการลัดวงจร โอกาสที่จะกู้ข้อมูลกลับมาได้ก็จะน้อยมาก หรือกู้ไม่ได้เลย

ความเร็ว

ถ้าเล่นเกม เลือกใช้ NVMe SSD 

ถ้าจะให้แนะนำ ควรจะใช้งานทั้ง 2 อย่าง ใช้ M.2 NVMe สำหรับติดตั้งระบบปฏิบัติการ โปรแกรม หรือเกม และควรมี HDD SATA เอาไว้เก็บข้อมูลที่สำคัญ หรือเก็บไฟล์ต่าง ๆ ที่มีขนาดใหญ่ เพราะปลอดภัย และกู้ข้อมูลได้ภายหลัง

ข้อดีและข้อเสียของ SATA

เรามาดูกันว่าการเชื่อมต่อแบบ SATA มีข้อดี และข้อเสีย อย่างไรบ้าง คือ

ข้อดี

  • ความเข้ากันได้
    ไม่ว่าจะคอมพิวเตอร์รุ่นเก่าที่ผ่านมาหลายปีแล้ว หรือรุ่นใหม่ในปัจจุบัน เมนบอร์ดของเครื่องก็ยังมีพอร์ต SATA อยู่ ทำให้สามารถนำ HDD มาใช้ร่วมกันได้
  • มีความจุที่หลากหลาย
    Hard Disk SATA นั้นมีความจุให้เลือกหลากหลายมาก ตั้งแต่ความจุน้อย ๆ ไปจนถึงความจุใหญ่มหาศาล 20TB+ กันเลย เหมาะสำหรับใช้เป็นศูนย์เก็บข้อมูล หรือ Backup File เป็นต้น
  • รองรับการ Hot Swapping
    ฮาร์ดดิสก์ตั้งแต่เทคโนโลยี SATA II เป็นต้นมา จะรองรับการถอด เสียบฮาร์ดดิสก์แบบไม่ต้องปิดเครื่อง โดยเฉพาะใน NAS หรือ Server
  • มีความทนทาน
    SATA HDD จะทนต่อความร้อนสูง ๆ ได้ และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดเวลา ส่วนใหญ่มักนำไปใช้กับ NAS, DATA Center หรือระบบกล้องวงจรปิดที่มีการเขียนข้อมูลต่อเนื่องได้โดยไม่มีปัญหา
  • ราคาประหยัด
    ถึงแม้อุปกรณ์ SATA interface จะมีความจุที่สูง แต่ก็มักจะมีราคาที่ถูก และมีความคุ้มค่าต่อความจุที่ได้ หากเทียบกับ SSD NVMe แล้วราคาค่อนข้างแตกต่างกันพอสมควร

ข้อจำกัด

  • มีขีดจำกัดด้านความเร็ว
    SATA เป็นเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลที่หยุดพัฒนาแล้ว และมีความเร็วจำกัดอยู่ที่ 6GB/s หรือประมาณ 600MB/s เท่านั้น ทำให้การโหลดไฟล์ หรือเรียกใช้ไฟล์ต่าง ๆ ช้ามาก เรียกได้ว่าช้าตั้งแต่เริ่มเปิดคอมกันเลย
  • การตอบสนองช้า
    เป็นเรื่องของ Latency เพราะ SATA เป็นเทคโนโลยีที่เก่าแล้ว ทำให้การตอบสนองช้ามาก หากเทียบกับ NAND Flash SSD หรือ NVME
  • สายไฟดูเกะกะ
    การเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็น HDD หรือ SSD 2.5 inch ที่มี Interface แบบ SATA นั้น จำเป็นต้องใช้สายไฟเลี้ยง และสาย Data Cable อยู่ดี ทำให้สายดูแกะกะสายตาได้

วิธีเช็คว่าคอมพิวเตอร์รองรับ SATA รุ่นไหน

SATA 1 SATA 2 SATA 3 ดูยังไง? สามารถเช็กด้วยตัวเองได้จากสเปกของเมนบอร์ดได้เลย โดยให้ดูชื่อรุ่น (Model) ของเมนบอร์ด ไปเช็คจากเว็บผู้ผลิต

> อ่านบทความ เมนบอร์ด คืออะไร

วิธีต่อสาย

เช็คเวอร์ชัน SATA จากเว็บไซต์

หรือหากเป็นเมนบอร์ดรุ่นเก่า รุ่นที่ไม่มีแสดงที่หน้าเว็บเลย ก็สามารถเช็คได้ที่เมนบอร์ดโดยตรงได้เลย เพราะเป็นวิธีที่ชัวร์ที่สุด เริ่มทำโดยการเปิดฝาเคส แล้วมองหาพอร์ต SATA บนเมนบอร์ด ที่ข้างๆ พอร์ตจะมีสกรีนอักษรกำกับเอาไว้อยู่ ว่าเป็น SATA I, SATA II, SATA III หรืออีกแบบจะเป็น SATA 1.5G, SATA 3G, SATA 6G เป็นต้น

SATA คือ

เช็คเวอร์ชัน SATA จากเมนบอร์ดโดยตรง

สรุป SATA คือ อะไร

สรุปแล้ว SATA คือ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ สำหรับการถ่ายโอนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ กับอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ที่เริ่มใช้งานมาตั้งแต่ปี 2003 ลากยาวมาจนถึงปัจจุบันกันเลย และหากเป็นคนที่ใช้งาน HDD แบบจานหมุ่นอยู่แล้ว ก็จำเป็นต้องใช้ SATA เพื่อเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์อยู่เช่นเดิม และยังเป็นที่นิยมใช้งานสำหรับกลุ่มคนที่ต้องการพื้นที่เก็บข้อมูลที่มีความจุสูงๆ อีกด้วย เนื่องจากฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนแบบเดิม มีความปลอดภัยต่อข้อมูลสูญหายมากกว่า เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้นมา ก็ยังสามารถนำฮาร์ดดิสก์ไปกู้ข้อมูลกับ Lab กู้ข้อมูลได้

ถึงแม้ปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีใหม่อย่าง NVMe SSD ที่มีความเร็วในการอ่าน เขียนข้อมูลสูง เข้ามาแทนก็ตาม ถ้าสังเกตดีๆ ทั้งคอมรุ่นใหม่ และรุ่นเก่า ที่เมนบอร์ดก็ยังติดตั้งพอร์ต SATA เข้ามาให้เสมอ นั่นหมายความว่า SATA ยังมีความสำคัญต่อการใช้งานในบางประเภทอยู่นั่นเองครับ

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน