สำหรับใครที่กำลังแก้ปัญหาคอมพิวเตอร์ช้า คิดจะอัปเกรดเครื่อง หรืออยากรู้ว่าคอม สามารถเล่นเกมที่ต้องการได้หรือไม่ การเช็กสเปกเครื่องก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ในบทความนี้ ผมจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จัก 7 วิธีในการ เช็คสเปคคอม บน Windows 11 ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของการ์ดจอ (GPU), ซีพียู (CPU), แรม (RAM) และพื้นที่จัดเก็บข้อมูล โดยไม่ต้องใช้โปรแกรมเสริม รวมถึงสัญญาณสำคัญที่บอกว่าถึงเวลาที่ควรอัปเกรดคอมพิวเตอร์แล้ว
6 วิธี เช็คสเปคคอม ใน Windows 11
- เช็คด้วย Windows Setting
- เช็คด้วย MSInfo32
- เช็คด้วย DXDiag
- เช็คด้วย Command Prompt
- เช็คด้วย PowerShell
- เช็คด้วย Task Manager
1. เช็คด้วย Windows Setting
ให้เปิดเมนู Settings (การตั้งค่า) ของ Windows วิธีที่ง่ายที่สุดคือกดปุ่ม Windows + i บนคีย์บอร์ด เพื่อนๆ ยังสามารถเปิดเมนู Start แล้วคลิก Settings (ไอคอนรูปเฟือง) ก็ได้เช่นกัน นี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดใน เช็คสเปคคอม หรือวิธีดูสเปคโน๊ตบุ๊คบน Windows 11
กดปุ่ม Windows + i
ให้สังเกตแถบทางซ้าย และคลิกที่หัวข้อ System ถ้าหาไม่เจอ ให้กดขยายหน้า Windows ดูครับ
กดที่ตัวเลือก System
ในหน้า System ให้เลื่อนลงไปด้านล่าง จะเจอแถบ About ให้คลิก
กดที่แถบ About
ด้านบนของหน้าจอ เพื่อนๆ จะเห็นข้อมูลสรุปของเครื่องเป็นช่องๆ เช่น พื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Storage), การ์ดจอ (GPU), แรม (RAM) พร้อมความเร็ว และรายละเอียดของซีพียู (CPU) ทั้งชื่อ รุ่น และความเร็ว
- เลื่อนลงไปที่หัวข้อ “Device specifications” เพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับซีพียูและประเภทของระบบ
- กดปุ่ม Copy เพื่อคัดลอกสเปกคอมของเพื่อนๆ ไปไว้ในคลิปบอร์ด จากนั้นสามารถนำไปวางในเอกสาร อีเมล หรือส่งให้ Contact ที่เราต้องการได้ทันที
- ถ้าต้องการดูข้อมูลสเปกแบบละเอียดมากขึ้น สามารถใช้เครื่องมือ MSInfo32 ได้
- ถ้าอยากดูข้อมูลประสิทธิภาพเครื่อง (Performance) ควบคู่กับสเปก ให้ไปดูหัวข้อ การใช้ Task Manager ต่อได้
ดูสเปคที่หัวข้อ Device specifications
2. เช็คด้วย MSInfo32
เพื่อนๆ สามารถ เช็คสเปคคอม ได้ผ่าน System Information บน Windows 11 วิธีคือ ให้เรากดปุ่ม Windows + R บนคีย์บอร์ด เพื่อเปิดหน้า Run ขึ้นมา ได้เลยครับ
กดปุ่ม Windows + R
จะปรากฏหน้าต่าง Run ขึ้นมา ให้พิมพ์ msinfo32.exe ตรงช่อง Open และกด OK
พิมพ์ msinfo32.exe แะลกด OK
ในแถบด้านขวา ซึ่งจะแสดงข้อมูลสรุปของเครื่อง เพื่อนๆ จะเห็นรายละเอียดสเปกต่างๆ มากมาย เช่น
- ผู้ผลิตเครื่อง (System manufacturer) และรุ่นของเครื่อง
- ชื่อและความเร็วของซีพียู (CPU)
- ผู้ผลิตและเวอร์ชันของ BIOS
- ขนาดแรม (RAM) ที่ติดตั้งอยู่ในเครื่อง
สเปคในหน้า System Information
ในแถบด้านซ้ายของหน้านี้ เพื่อนๆ จะสามารถคลิกเพื่อเลือกดูรายละเอียดสเปกคอมเพิ่มเติมได้ เช่น
- ไดรฟ์ CD/DVD
- อุปกรณ์เสียง (Sound devices)
- อุปกรณ์แสดงผล เช่น การ์ดจอ (GPU)
- อะแดปเตอร์เครือข่าย (Network adapters)
- อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เช่น ฮาร์ดดิสก์ (HDD) และ SSD ที่เชื่อมต่ออยู่
คลิกหัวข้อแถบทางซ้ายเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม
3. เช็คด้วย DXDiag
ถ้าเพื่อนๆ ต้องการ เช็คสเปคคอม โดยเน้นดูรายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับการ์ดจอ เสียง และอุปกรณ์อินพุต เครื่องมือ DXDiag ของ Windows 11 จะช่วยได้มาก และยังสามารถบันทึกข้อมูลเป็นไฟล์เพื่อส่งให้ฝ่ายซัพพอร์ตได้ง่ายอีกด้วย วิธีเปิดใช้งาน ก็ทำได้ง่ายๆ ดังนี้
- กดปุ่ม Windows บนคีย์บอร์ด (หรือคลิกเมนู Start)
- พิมพ์คำว่า dxdiag ในช่อง Search
- คลิกขวาที่ dxdiag ในผลการค้นหา แล้วเลือก Run as administrator
- กด Yes เพื่อยืนยัน
คลิกขวาที่หัวข้อ dxdiag
จะปรากฏหน้าต่าง DirectX Diagnostic Tool ขึ้นมา ให้ดูแถบด้านบน เลือกที่แถบ System ก็จะเจอข้อมูลสเปคของคอมพิวเตอร์ ประกอบไปด้วย แบรนด์ผู้ผลิต, โมเดลสินค้า, BIOS Version, CPU และ RAM
ดูสเปคได้ในแถบ System
- แท็บ Display จะแสดงข้อมูลรายละเอียดของการ์ดจอ (GPU) เช่น ชื่อการ์ดจอ, ขนาดหน่วยความจำ (VRAM), เวอร์ชันไดรเวอร์ และความละเอียดหน้าจอที่ใช้งานอยู่ หากอุปกรณ์มีปัญหา จะมีข้อมูลแจ้งเตือนอยู่ในส่วน Notes
- ถ้าใคร มีการ์ดจอมากกว่า 1 ตัว จะเห็นแท็บ Display หลายแท็บ
- แท็บ Sound จะแสดงชื่อการ์ดเสียง สเปก เวอร์ชันไดรเวอร์ และข้อผิดพลาด (ถ้ามี)
- แท็บ Input จะแสดงข้อมูลเกี่ยวกับอุปกรณ์อินพุต เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ ไมโครโฟน และอุปกรณ์อื่นๆ
- หากต้องการบันทึกข้อมูลทั้งหมดจาก DXDiag ให้คลิก Save All Information… จากนั้นเลือกตำแหน่งจัดเก็บ แล้วกด Save
คลิกแถบ Display เพื่อดูรายละเอียดการ์ดจอ
4. เช็คด้วย Command Prompt
เราสามารถ เช็คสเปคคอม ได้ด้วย Command Prompt ใน Windows 11 เช่นกัน ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดในการเปิดมันขึ้นมา คือกดปุ่ม Windows Key และพิมพ์ว่า cmd ในช่องเสิร์ช และกด Enter
เปิด Command Prompt
จะปรากฏหน้า Command Prompt ขึ้นมา ให้พิมพ์ว่า systeminfo แล้วกด Enter จากนั้นรอสักพักนึง ก็จะปรากฏ Spec ของคอมพิวเตอร์เราขึ้นมาในหน้าเดียวกัน
พิมพ์ systeminfo และกด Enter
เมื่อเพื่อนๆ เช็คสเปคคอม ผ่าน Command Prompt บน Windows 11 จะสามารถดูข้อมูลได้หลากหลาย เช่น
- ผู้ผลิตเครื่อง รุ่น และประเภทของระบบ
- ชื่อ ประเภท และความเร็วของซีพียู (CPU)
- เวอร์ชันของ BIOS
- ขนาดแรม (RAM) ทั้งที่ติดตั้งและที่ใช้งานได้
- ข้อมูลเกี่ยวกับการ์ดเครือข่าย (Network card)
ตัวหน้าต่างจะแสดงสเปคขึ้นมาตามรูป
5. เช็คด้วย PowerShell
เราสามารถเปิด เช็คสเปคคอม ผ่าน PowerShell ใน Windows 11 ได้ง่ายๆ จากเมนู Power User เพียงกด Windows + X (หรือคลิกขวาที่เมนู Start) แล้วเลือก Terminal ซึ่งจะเปิดหน้าต่างคำสั่ง Windows PowerShell ขึ้นมา อีกวิธีหนึ่งคือ กดปุ่ม Windows แล้วพิมพ์คำว่า powershell ในช่อง Search จากนั้นคลิก Windows PowerShell ในผลการค้นหา
กดปุ่ม Windows + X
ในหน้าต่าง PowerShell ให้พิมพ์ Get-ComputerInfo และกด Enter
พิมพ์ Get-ComputerInfo และกด Enter
คำสั่ง Get-ComputerInfo ใน PowerShell จะช่วยแสดงข้อมูลระบบจำนวนมาก ทั้งด้านฮาร์ดแวร์ ระบบปฏิบัติการ และซอฟต์แวร์ เช่น
- ข้อมูลการติดตั้ง Windows เช่น เวอร์ชัน และชื่อผู้ลงทะเบียน
- รายละเอียด BIOS เช่น รุ่น ประเภท และเวอร์ชัน
- ผู้ผลิตเครื่องและหมายเลขรุ่น
- อะแดปเตอร์เครือข่าย (Network adapters)
- ข้อมูลซีพียู (CPU)
- ข้อมูลหน่วยความจำ (RAM)
หน้าแสดงสเปคใน PowerShell
6. เช็คด้วย Task Manager
เพื่อนๆ สามารถใช้ Task Manager บน Windows 11 เช็คสเปคคอม เพื่อดูข้อมูลสเปกของเครื่องได้อย่างละเอียด เช่น ซีพียู (CPU), หน่วยความจำ (RAM), ฮาร์ดดิสก์หรือ SSD, การ์ดเครือข่าย และการ์ดจอ (GPU) ข้อดีของเครื่องมือนี้คือ นอกจากจะดูสเปกได้แล้ว ยังแสดงข้อมูลการใช้งานจริง (Performance) เช่น การใช้ CPU หรือ RAM ว่ากำลังใช้อยู่เท่าไหร่ รวมถึงช่วยดูได้ว่ามีคอขวด (Bottleneck) หรือปัญหาอินเทอร์เน็ตหรือไม่
วิธีเปิด Task Manager คือ กดปุ่ม Ctrl + Shift + Esc พร้อมกัน
กดปุ่ม Ctrl + Shift + Esc
ในหน้าต่าง Task Manager ให้เลือกที่แถบ Performance ทางด้านซ้าย
เลือกที่แถบ Performance
คลิกเลือกแต่ละหัวข้อในแท็บ Performance เพื่อดูสเปกและข้อมูลการทำงานของเครื่องได้เลย
- CPU: จะเห็นกราฟการใช้งานแบบเรียลไทม์ ความเร็วปัจจุบัน จำนวนโปรเซสที่กำลังรันอยู่ รวมถึงข้อมูลอื่นๆ เช่น จำนวนคอร์ แคช และสถานะการเปิดใช้งาน Virtualization
- Memory (RAM): นอกจากจะบอกขนาดแรมแล้ว ยังแสดงจำนวนสล็อตที่ใช้งาน รูปแบบแรม (เช่น SODIMM) ความเร็วแรม และกราฟการใช้งานแบบละเอียด
- Disk: แสดงชื่อและความจุของไดรฟ์ ประเภท (เช่น SSD หรือ HDD) รวมถึงความเร็วในการอ่านและเขียนข้อมูลแบบเรียลไทม์
- Wi-Fi หรือ Ethernet: แสดงชื่อและประเภทของอะแดปเตอร์เครือข่าย พร้อมกราฟความเร็ว อัตราการอัปโหลด (ส่ง) และดาวน์โหลด (รับ) รวมถึง IP Address และความแรงสัญญาณ (กรณีใช้ Wi-Fi)
- GPU: แสดงชื่อการ์ดจอ ข้อมูลไดรเวอร์ เวอร์ชัน DirectX ตำแหน่งของอุปกรณ์ และหน่วยความจำ (ทั้งขนาดทั้งหมดและที่กำลังใช้งานอยู่)
สามารถเลือกดูข้อมูลการทำงานของแต่ละองค์ประกอบได้
สรุปวิธี เช็คสเปคคอม Windows 11
การ เช็คสเปคคอม บน Windows 11 เป็นเรื่องง่ายและมีหลายวิธีให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นการดูผ่าน Settings, System Information, DXDiag, Command Prompt, PowerShell หรือ Task Manager ซึ่งแต่ละวิธีก็จะให้รายละเอียดแตกต่างกัน ตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐานอย่าง CPU, RAM, GPU ไปจนถึงรายละเอียดเชิงลึกของระบบและฮาร์ดแวร์
นอกจากนี้ เครื่องมืออย่าง Task Manager ยังช่วยให้เพื่อนๆ เห็นการทำงานของเครื่องแบบเรียลไทม์ ทำให้รู้ได้ทันทีว่าคอมกำลังทำงานหนักแค่ไหน หรือมีปัญหาคอขวดตรงไหนบ้าง ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ทั้งในเรื่องการแก้ปัญหา การอัปเกรด หรือการเลือกใช้งานโปรแกรมและเกมให้เหมาะกับสเปกเครื่องของตัวเอง
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Unnote
อดีตสถาปนิกและนักศึกษาจบปริญญาโทสาขาอสังหาริมทรัพย์ ผันตัวมาคลุกคลีในวงการไอที เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
