RAM คือ อะไร ทำหน้าที่อะไร ควรใช้กี่ GB ถึงจะพอสำหรับ PC

RAM คือ

เวลาใช้คอมไปเรื่อยๆ แล้วเริ่มรู้สึกว่าเครื่องอืด เปิดหลายโปรแกรมพร้อมกันไม่ได้ หรือสลับหน้าต่างแล้วกระตุก ปัญหาส่วนใหญ่ก็มักจะเกี่ยวกับ “RAM” นี่แหละครับ หลายคนเลยสงสัยว่า RAM คือ อะไร ทำหน้าที่อะไร และต้องใช้กี่ GB ถึงจะพอสำหรับการทำงานทั่วไป, เล่นโซเชียล, เล่นอินเตอร์เน็ต หรือเล่นเกม บทความนี้จะอธิบายแบบง่ายๆ ให้เพื่อนๆ รู้จักกับ RAM มากขึ้นโดยละเอียด

RAM คือ อะไร

เวลาเราเปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน ทั้ง Chrome, Microsoft Office, LINE หรือโปรแกรมทำงานต่างๆ ทุกอย่างต้องถูกโหลดขึ้นมาเก็บไว้ใน “พื้นที่ชั่วคราว” ที่คอมพิวเตอร์เรียกว่า RAM เพื่อให้เครื่องทำงานได้รวดเร็ว ไม่ต้องดึงข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ตลอดเวลา ซึ่งช้ากว่ามาก

พูดง่ายๆ RAM คือ พื้นที่ทำงานของคอม ยิ่งมีเยอะ คอมก็ยิ่งรองรับงานพร้อมกันได้มากขึ้น เปิดโปรแกรมลื่นขึ้น และสลับงานไวขึ้น

RAM คือ

หน้าตาของ RAM

RAM คือ หน่วยความจำ อะไร

RAM ย่อมาจาก Random Access Memory คือ หน่วยความจำหลัก ที่ใช้เก็บข้อมูลแบบชั่วคราว เฉพาะตอนคอมกำลังทำงานเท่านั้น พอปิดเครื่อง ข้อมูลทั้งหมดใน RAM จะถูกลบออกทันที

ดังนั้น เราจึงอาจจะเคยเห็นได้จากแหล่งอื่น ว่าบางที แรมก็เป็น “หน่วยความจำหลัก” หรือบางที ก็เป็น “หน่วยความจำชั่วคราว” ซึ่งตัวมันเอง ก็ถือว่าเป็นทั้ง 2 แบบนี้ในตัวครับ

แรมจะเน้นการทำงานด้วยความเร็วสูงมาก ใช้สำหรับเก็บข้อมูลที่โปรแกรมต้องเรียกใช้ตลอดเวลา เช่น ไฟล์โปรแกรม, ข้อมูลแคช, ไฟล์ที่กำลังแก้ไข ดังนั้น RAM จะไม่ได้เก็บไฟล์ถาวร แบบ HDD หรือ SSD แต่เป็นพื้นที่ที่ใช้เพื่อให้ “งานที่กำลังทำอยู่” วิ่งได้เร็วที่สุด

RAM ทำงานอย่างไร เก็บข้อมูลแบบชั่วคราว

การทำงานของ RAM ง่ายมากและสำคัญมาก โดยมีรายละเอียดดังนี้ คือ

  1. เมื่อเปิดโปรแกรม ข้อมูลจะถูกโหลดจาก SSD/HDD เข้าสู่ RAM เพราะแรมทำงานได้เร็วกว่า ทำให้โปรแกรมเปิดไวกว่าไปอ่านจาก SSD
  2. ขณะใช้งาน RAM จะเก็บข้อมูลที่โปรแกรมต้องใช้ต่อเนื่อง เช่น ไฟล์ Photoshop, แท็บเว็บใน Chrome หรือข้อมูลเกม ทำให้สลับโปรแกรมได้ทันที ไม่ต้องโหลดใหม่
  3. เมื่อปิดเครื่อง ข้อมูลใน RAM จะถูกลบหมด เพราะเป็นหน่วยความจำแบบชั่วคราว

RAM คือ ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์

RAM คือ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) แบบ 100% เพราะเป็นแผงวงจรที่มีชิปหน่วยความจำติดอยู่บนตัวมันเองอย่างชัดเจน จับต้องได้ ถอดเปลี่ยนได้ และเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์คอมพิวเตอร์โดยตรง

สิ่งที่ทำให้บางคนสับสน เพราะ RAM ต้องทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ เช่น Windows หรือโปรแกรมต่างๆ ที่จะเป็นตัวจัดสรรว่า RAM จะใช้พื้นที่เท่าไหร่ เก็บข้อมูลอะไร แต่ตัว RAM เองไม่ได้เป็นซอฟต์แวร์เลยแม้แต่นิดเดียว

ROM

ภาพการติดตั้งแรมบน Motherboard

RAM กับ ROM ต่างกันยังไง

RAM เป็นหน่วยความจำแบบชั่วคราวที่ใช้เก็บข้อมูลตอนคอมกำลังทำงาน โดยข้อมูลทั้งหมดจะถูกลบทิ้งเมื่อปิดเครื่อง ส่วน ROM ย่อมาจาก Read-Only Memory เป็นหน่วยความจำถาวรที่เก็บข้อมูลพื้นฐานของเครื่อง เช่น ไฟล์ BIOS หรือข้อมูลสำคัญที่ใช้ตอนเปิดเครื่อง และข้อมูลจะไม่หายแม้ปิดเครื่อง

ประเภทของ RAM ที่นิยมในปัจจุบัน

RAM ที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ปัจจุบันส่วนใหญ่จะอยู่ในตระกูล DDR (Double Data Rate) ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายรุ่น เช่น DDR3, DDR4 และ DDR5 แต่ละรุ่นก็จะมีความเร็ว การใช้พลังงาน และราคาที่ต่างกัน โดยรุ่นที่ใหม่กว่า (ตัวเลขเยอะกว่า) จะทำงานได้ไวกว่าและรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ มากกว่า นั่นเอง

ความต่างของ DDR แต่ละรุ่น

  • DDR3
    รุ่นเก่า ใช้กับคอมอายุมากกว่า 7–10 ปี ความเร็วต่ำกว่าและหาอัปเกรดเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ถ้า Computer ของใครยังเป็นรุ่นที่ต้องใช้แรมแบบ DDR3 แนะนำให้เปลี่ยนเครื่องจะคุ้มกว่า เพราะเก่า และช้ามากแล้ว
  • DDR4
    ยังเป็นรุ่นที่คนใช้กันเยอะที่สุดในปัจจุบัน ราคาไม่แพง ความเร็วดี และรองรับเมนบอร์ดส่วนใหญ่ของคอมพิวเตอร์รุ่น 4–5 ปีหลัง
  • DDR5
    รุ่นใหม่ล่าสุด ความเร็วสูงกว่าเดิมมาก เปิดโปรแกรมไวขึ้น รองรับการทำงานหลายอย่างพร้อมกันได้ดี แต่ราคาจะสูงกว่า DDR4 อยู่พอสมควร เหมาะกับคอมรุ่นใหม่ที่ใช้ CPU เจนล่าสุด
หน่วยความจำอะไร

หน้าตาของแรม DDR3 DDR4 และ DDR5

ควรเลือก DDR ไหนดี

การเลือก DDR ที่เหมาะที่สุดต้องดูจากเมนบอร์ดและ CPU ของเครื่องเป็นหลัก เพราะแต่ละรุ่นรองรับไม่เหมือนกัน และไม่สามารถนำ DDR รุ่นใหม่ไปใส่กับเมนบอร์ดรุ่นเก่าได้เลย เช่น แรมแบบ DDR5 ไม่สามารถใส่กับเมนบอร์ด DDR4 ได้ ในทางกลับกัน แรมแบบ DDR4 ก็ไม่สามารถใส่กับเมนบอร์ด DDR5 ได้เช่นกัน

หากเรากำลังเลือกซื้อคอมใหม่ การเลือกรุ่นที่ใช้ Motherboard และแรมแบบ DDR5 จะคุ้มค่าที่สุด ทั้งในแง่ความเร็ว การรองรับโปรแกรมรุ่นใหม่ และการใช้งานระยะยาว แต่ถ้าเครื่องที่มีอยู่ใช้ DDR4 อยู่แล้ว การเพิ่มแรมแบบ DDR4 ให้จำนวน GB สูงขึ้น ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ดีและประหยัดกว่า ส่วนเครื่องที่ยังเป็น DDR3 มักจะเป็นคอมรุ่นเก่าพอสมควร การอัปเกรดแรมจะช่วยได้ไม่มากนัก ดังนั้น จึงควรพิจารณาซื้อคอมใหม่ จะคุ้มค่ากว่าครับ

ความเร็ว RAM หน่วยเป็นอะไร สำคัญแค่ไหน

ความเร็วของ RAM มักจะวัดเป็น “MHz” (เมกะเฮิรตซ์) ซึ่งเป็นตัวเลขที่บอกว่า RAM สามารถรับ-ส่งข้อมูลได้เร็วแค่ไหน ตัวเลขยิ่งสูง RAM ก็ยิ่งทำงานได้ไวขึ้น และช่วยให้การเปิดโปรแกรม การโหลดไฟล์ หรือการสลับงานลื่นขึ้น โดยเฉพาะถ้าเป็นงานที่ต้องใช้ RAM หนัก ๆ เช่น เล่นเกม เปิดเว็บหลายๆ แท็บ หรือการทำงานด้านกราฟิก

อย่างไรก็ตาม ความเร็ว RAM ก็ไม่ได้ทำให้คอมเร็วขึ้นแบบเห็นผลชัดเท่ากับการมี RAM “มากพอ” ดังนั้น เวลาจะซื้อคอม การเลือกจำนวน GB ให้เหมาะกับงานสำคัญที่สุด ส่วนความเร็วค่อยเป็นตัวเสริมให้ลื่นขึ้นอีกระดับ

Bus RAM คือ อะไร

บัส RAM หรือที่มักจะเห็นเป็นตัวเลขอย่าง 2666 MHz, 3200 MHz, 5600 MHz คือ ความเร็วที่ RAM สามารถรับส่งข้อมูลได้ในหนึ่งวินาที ตัวเลขบัสยิ่งสูง RAM ก็ยิ่งทำงานได้ไวขึ้น แต่ต้องดูด้วยว่าเมนบอร์ดและ CPU รองรับความเร็วเท่าไหร่ เพราะถ้าใส่บัสสูงเกินกว่าที่เครื่องรองรับ ความเร็วก็จะถูกลดลงมาเท่าที่เมนบอร์ดรองรับอยู่ดี ยกตัวอย่างเช่น RAM Bus 3200 MHz สามารถใส่บนเมนบอร์ดและ CPU ที่รองรับความเร็ว 2666 MHz ได้ แต่ความเร็วที่แรมทำงาน ก็อยู่ที่ 2666 MHz เท่านั้น

พูดง่ายๆ Bus ของ RAM ก็ คือ ความเร็วในการรับส่งข้อมูลของ RAM ที่มีหน่วยเป็น MHz นั่นเอง

ฮาร์ดแวร์

ตัวอย่างแรมที่มี Bus 3200 MHz

บัสสูงขึ้น เร็วขึ้นเท่าไหร่ในการใช้งานจริง

ในการใช้งานจริง ความเร็วของ Ram ที่สูงขึ้น มีผล แต่ไม่ได้เยอะจนรู้สึกได้ทุกงาน เช่น

  • เปิดโปรแกรมเร็วขึ้นเล็กน้อย
  • สลับโปรแกรมไวขึ้นในระดับเสี้ยววินาที
  • เปิดหลายแท็บใน Chrome ลื่นขึ้นนิดหนึ่ง
  • เกมบางเกมเฟรมเรตเพิ่มขึ้นเล็กน้อย (ส่วนมากไม่เกิน 5–10%)

ผลลัพธ์จะเห็นชัดเฉพาะงานที่ต้องดึงข้อมูลผ่าน RAM ตลอดเวลา เช่น เกมใหม่ๆ หรือโปรแกรมที่ใช้ไฟล์ใหญ่ แต่ถ้าเป็นงานทั่วไปอย่างดูเว็บ พิมพ์งาน หรือใช้โซเชียล ความต่างระหว่างบัส 2666 vs 3200 อาจแทบไม่รู้สึกเลย

RAM แบบ Single และ Dual Channel คือ อะไร

เวลาติดตั้ง RAM ลงบนเมนบอร์ด แรมจะมีโหมดการทำงานอยู่ 2 แบบ คือ Single Channel และ Dual Channel ซึ่งแตกต่างกันที่จำนวน “ช่องทางการรับ-ส่งข้อมูล” ระหว่าง RAM กับ CPU

  • Single Channel คือใช้แรมแค่ 1 แถว ทำงานด้วยช่องสัญญาณเดียว
  • Dual Channel คือใช้แรม 2 แถว ทำงานพร้อมกัน 2 ช่องสัญญาณ

ผลลัพธ์คือ Dual Channel สามารถส่งข้อมูลได้เร็วและลื่นกว่า แม้จำนวน GB จะเท่ากันก็ตาม เช่น การใช้แรม 8GB จำนวน 2 แถว มักจะทำงานได้เร็วกว่าการใช้แรม 16GB แถวเดียว ถึงแม้จะมีจำนวน GB เท่ากัน

ทำไม Dual Channel ถึงเร็วกว่า

Dual Channel เร็วกว่าเพราะมัน “เพิ่มจำนวนช่องทางรับส่งข้อมูลให้ CPU” จาก 1 ช่อง เป็น 2 ช่อง เหมือนจากถนนเลนเดียวขยายเป็นสองเลน ทำให้รถวิ่งได้มากขึ้นในเวลาเดียวกัน

ข้อดีที่เห็นได้ในงานจริง เช่น สามารถเปิดโปรแกรมและสลับหน้าต่างลื่นขึ้น, เกมหลายเกมโหลดเร็วขึ้นและเฟรมเรตนิ่งกว่า หรือ งานกราฟิกและโปรแกรมที่ใช้ RAM หนัก ๆ ทำงานเสถียรมากขึ้น

ทำหน้าที่อะไร

ภาพเปรียบเทียบการจำลองแรมแบบ Single vs Dual Channel

ความแตกต่างอาจไม่ได้ชัดเจนถึงขนาดแบบใช้คอมคนละเครื่อง แต่ เพียงแค่จัดแรมเป็น Dual Channel ก็ถือว่าเป็นวิธีง่ายๆ ที่คุ้มค่า ในงบประมาณไม่ต่างจากเดิม

การจัดคู่ RAM ให้ถูกวิธี

เพื่อให้แรมทำงานแบบ Dual Channel ได้เต็มประสิทธิภาพ ต้องติดตั้งให้ “คู่กันถูกต้อง” ตามนี้

  1. ใช้รุ่นเดียวกัน ความเร็วเท่ากัน และความจุเท่ากัน
    เพื่อให้เมนบอร์ดจับคู่ได้เสถียรที่สุด เช่น 8GB 3200 MHz + 8GB 3200 MHz
  2. เสียบลงช่องที่คู่กันตามคู่สีบนเมนบอร์ด
    เมนบอร์ดส่วนใหญ่จะมีช่องแรม 4 ช่อง และมักจะมีการทำสีคู่กันไว้ เช่น ช่อง 2 กับช่อง 4 เป็นคู่ Dual Channel ถ้าเสียบผิดช่อง แรมจะทำงานเป็น Single Channel โดยอัตโนมัติ
  3. อย่าผสม RAM คนละความเร็ว
    ถ้าจำเป็นต้องผสม เช่น 2666 + 3200 ความเร็วจะถูกลดลงให้เท่ากับตัวที่ช้ากว่า และบางครั้งอาจจับคู่ Dual Channel ไม่ได้
4GB

ช่องใส่แรมจะมีสี ซึ่งเราต้องเสียบแรม 2 ตัวในช่องสีเดียวกัน จึงจะเป็น Dual Channel

เลือกใช้ RAM กี่ GB ดี

การเลือกว่าควรใช้ RAM กี่ GB ถือว่า คือ ตัวแปรสำคัญที่สุดในการทำให้คอมลื่นขึ้นกว่าการดูเฉพาะความเร็วหรือบัส เพราะถ้า RAM “ไม่พอ” ต่อให้เป็นเครื่องแรงแค่ไหนก็อาจอืดได้ทันที โดยเฉพาะเวลาที่เปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน โดยขนาดแรมรวมที่คนนิยมใช้กัน มีดังนี้

Bus RAM

4GB เหมาะกับใคร

RAM 4GB คือ ขนาดที่เป็นระดับพื้นฐาน ซึ่งมักถือว่าน้อยที่สุด ใช้งานได้สำหรับคอมรุ่นเก่าหรือโน้ตบุ๊กเน้นประหยัดพลังงาน แต่สำหรับงานทั่วไปในยุคนี้ 4GB เริ่มไม่พอแล้ว โดยเฉพาะถ้าเปิด Chrome หลายแท็บ หรือใช้โปรแกรมพร้อมกันหลายตัว จะเหมาะก็เพียงกับงานดังนี้

  • เปิดเว็บนิดๆ หน่อยๆ
  • พิมพ์งาน
  • ดู YouTube ความละเอียดไม่สูงมาก
  • ใช้โปรแกรมเบาๆ ที่กินทรัพยากรน้อย

ถ้าใช้ Windows 11 การมีแค่ 4GB ทำให้คอมอืดง่ายมาก เพราะระบบใช้ไปแล้วประมาณครึ่งหนึ่งตั้งแต่ตอนเปิดเครื่อง ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ ควรขยับขึ้นไป 8GB อย่างน้อย

เท่าไหร่ดี

8GB เหมาะกับใคร

8GB เป็นมาตรฐานขั้นต่ำที่ทำให้คอมใช้งานได้ลื่นแบบพอเหมาะในงานทั่วไป ไม่ต้องกังวลว่าคอมจะอืดง่ายเหมือนมีแค่ 4GB เหมาะกับงานพื้นฐาน อาทิเช่น

  • ใช้งานออฟฟิศทั่วไป (Word, Excel, PowerPoint)
  • เปิดเว็บหลายแท็บพร้อมกัน
  • ดูหนังฟังเพลง
  • ประชุมออนไลน์ เช่น Zoom หรือ Teams
  • ใช้งานพื้นฐานในชีวิตประจำวัน

ถ้าใช้เพื่อทำงานทั่วไปหรือเรียนออนไลน์ 8GB ถือว่าเพียงพอ แต่ถ้าเปิดโปรแกรมหลายอย่างพร้อมกันบ่อยๆ หรือชอบเปิด Chrome 20–30 แท็บ อาจเริ่มรู้สึกหน่วงได้บ้าง

RAM คือ

16GB เหมาะกับใคร

ระดับ 16GB ถือว่าคุ้มค่าและเริ่มใช้งานได้รวดเร็ว เหมาะกับคนที่ต้องการความลื่นไหลจริงจัง ใช้งานหลายโปรแกรม หรือเล่นเกม เพราะเป็นจุดที่ Windows ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพโดยไม่อืดง่าย

  • เล่นเกมทุกแนวได้ดี ไม่ค่อยมีสะดุดจากปัญหาแรมไม่พอ
  • เปิดหลายโปรแกรมพร้อมกัน เช่น Chrome + Photoshop + Discord เป็นต้น
  • ทำงานเอกสาร หรืองานกราฟิกเบาๆ
  • ใช้งานทั่วไปได้แบบเหลือๆ สบายๆ
  • ทำงานออฟฟิศที่มีไฟล์ใหญ่หรือเปิดหลายแท็บมากๆ

ถ้าจะซื้อคอมในปัจจุบัน 16GB คือระดับเริ่มต้นที่ “แนะนำที่สุด” สำหรับคอมใช้งานนานหลายปี และมีราคาไม่แพงมากแล้ว

DDR

32GB สำหรับงานหนัก

RAM 32GB เหมาะกับผู้ใช้งานระดับจริงจังหรือทำงานที่ต้องใช้ทรัพยากรสูงเป็นประจำ คือ เป็นระดับที่รองรับงานหนักได้สบาย และช่วยให้เปิดโปรแกรมใหญ่หลายตัวพร้อมกันได้โดยไม่สะดุด

  • ตัดต่อวิดีโอ ความละเอียด 4K ขึ้นไป
  • งานกราฟิกหนักๆ เช่น การใช้โปรแกรม Photoshop, Illustrator และ Lightroom พร้อมๆ กัน
  • โปรแกรม 3D เช่น Blender, SolidWorks หรือ 3ds Max
  • เล่นเกม + ไลฟ์สตรีมพร้อมกัน
  • ใช้ Chrome เปิดแท็บจำนวนมากจนเกิน 50 แท็บ
  • งาน Data, Coding, Virtual Machine

ถ้าเป็นสายครีเอเตอร์ นักออกแบบ หรืองานที่ต้อง Render บ่อยๆ การใช้แรมรวม 32GB จะช่วยให้ไหลลื่น เห็นผลชัดเจนมาก

วิธีเลือกซื้อ RAM ให้เหมาะกับคอมที่ใช้

การเลือก RAM ที่เหมาะกับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ ไม่ได้จบแค่ดูว่า “เอา RAM มากี่ GB” แต่ยังมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณาให้ครบ เช่น รุ่น DDR ที่รองรับ, จำนวนแถวที่จะติดตั้ง, ความเร็ว Bus และแบรนด์ที่เชื่อถือได้ ซึ่งการเลือกให้ถูกตั้งแต่แรกจะช่วยให้คอมแรงขึ้น ใช้งานได้ยาวนาน ไม่ต้องเปลี่ยนเร็วเกินไป

ดูว่าเครื่องรองรับ DDR อะไร

ก่อนจะซื้อ RAM ต้องดูว่าเมนบอร์ดและ CPU รองรับ DDR รุ่นไหน เช่น เพราะแต่ละรุ่นไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ดังนั้นหากเครื่องของรองรับ DDR4 ก็เลือก RAM DDR4 และถ้าจะซื้อเครื่องใหม่ ควรเลือกที่รองรับ DDR5 ไปเลยเพื่อความยืดหยุ่นในอนาคต

ควรซื้อกี่แถว

การติดตั้ง RAM แบบ 8GB x 2 (แถวคู่) มักได้ประสิทธิภาพที่ดีกว่าแบบ 16GB x 1 (แถวเดียว) เพราะเครื่องจะสามารถสลับการส่งข้อมูลได้เร็วขึ้น มี “ช่องทาง” มากขึ้น ซึ่งหมายถึงการทำงานที่ลื่นกว่าในหลายกรณี ดังนั้นหากงบประมาณพอและเมนบอร์ดรองรับ 2 แถว แนะนำให้ใช้แบบ Dual-Channel จะดีกว่า

RAM คือ

เลือกขนาดและ DDR ให้ถูก

เลือกบัสให้ตรงกับเมนบอร์ด

บัสของ RAM คือ ความเร็วที่ RAM ส่งข้อมูลได้ เช่น 3200 MHz, 3600 MHz เป็นต้น ความเร็วยิ่งสูง ยิ่งดี แต่ก็ต้องดูว่าเมนบอร์ด + CPU รองรับความเร็วนั้นหรือไม่ ถ้าเมนบอร์ดรองรับได้สูงสุด 2666 MHz แล้วซื้อ RAM ที่ 3200 MHz เข้ามา แรมก็จะทำงานที่ 2666 MHz เท่านั้น ดังนั้นแนะนำให้เลือกบัสให้ตรงหรือสูงกว่าเล็กน้อยแต่เหมาะสมกับเครื่อง

แบรนด์แนะนำ

เมื่อดูรุ่นและความเร็วแล้ว การเลือกแบรนด์ก็มีผลต่อความมั่นใจและการรับประกัน ตัวอย่างแบรนด์ RAM ชั้นนำ อาทิเช่น

  • Kingston: เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมายาวนาน มีรุ่นยอดฮิตมากมาย และมีช่องทางจำหน่ายและการรับประกันที่ชัดเจน
  • Corsair: เน้นตลาดเกมเมอร์ มีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นทั้งสาย RGB และบัสสูงๆ ซึ่งในไทยหาซื้อได้ง่าย
  • Crucial: เป็นตัวเลือกที่คุ้มค่า เน้นความเสถียร เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไปมากกว่า และมีวางขายเยอะในไทย
  • Transcend: เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงด้านอุปกรณ์หน่วยความจำทั้ง RAM และ SSD และมีจำหน่ายอย่างแพร่หลาย

คลิปสอนวิธีติดตั้ง RAM โดย Kingston

สรุป RAM คือ อะไร

RAM คือ ส่วนสำคัญที่ทำให้คอมทำงานได้ลื่นขึ้น เพราะเป็นพื้นที่เก็บข้อมูลชั่วคราวที่โปรแกรมต้องใช้ตลอดเวลา ยิ่งมีขนาด GB มาก คอมก็ยิ่งรองรับงานพร้อมกันได้ดีและลดโอกาสที่เครื่องจะอืด โดยเฉพาะเวลาที่เปิดหลายโปรแกรมหรือเปิดเว็บจำนวนมาก แรมจึงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกับประสบการณ์ใช้งานทุกวันอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการทำงานทั่วไป เล่นเกม ตัดต่อภาพ ไปจนถึงประชุมออนไลน์

เวลาจะเลือกซื้อ RAM สิ่งสำคัญที่สุด คือ ดูว่าเครื่องรองรับ DDR รุ่นไหน ควรใช้กี่ GB ถึงจะพอ และติดตั้งเป็นกี่แถวถึงจะคุ้มค่า รวมถึงเลือกบัสให้เหมาะกับเมนบอร์ดและแบรนด์ที่เชื่อถือได้ การเลือกให้ถูกตั้งแต่แรกจะช่วยให้คอมใช้งานได้ยาวนานขึ้น และลื่นขึ้นแบบเห็นผลทันที หากใครกำลังมองหา RAM เพิ่มหรือประกอบคอมใหม่ การเริ่มต้นจากความต้องการใช้งานของตัวเองจะช่วยให้เลือกได้ง่ายและโดนที่สุด

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน