อยากได้โน้ตบุ๊กใหม่ แต่ไม่รู้จะเลือกขนาดเท่าไหร่ดี หรืออยากซื้ออุปกรณ์เสริม เช่น Sleeve case หรือกระเป๋าใหม่ แต่ไม่รู้ขนาดของโน้ตบุ๊ก แล้วที่เรียกกันว่า Notebook 13 นิ้ว, Notebook 15.6 นิ้วมันคืออะไร บทความนี้ ผมจะมาสรุปเพื่อช่วยให้คุณรู้จักกับขนาดมาตรฐาน และวิธีเช็ค ขนาดโน๊ตบุ๊ค ที่ถูกต้องได้ด้วยตนเอง
ขนาดโน๊ตบุ๊ค คืออะไร
ปกติแล้วเรามักจะเรียก และจัดกลุ่มให้กับคอมพิวเตอร์พกพา หรือโน้ตบุ๊ก ตามขนาดของจอภาพไปเลย เช่น โน้ตบุ๊ก 13 นิ้ว, ขนาดโน๊ตบุ๊ค 14 นิ้วโดยไม่ได้อิงจากขนาดจริงของตัวเครื่อง เพราะผู้ผลิตแต่ละแบรนด์จะออกแบบตัวเครื่องให้มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทำให้ขนาดขอบจอ หรือขนาดตัวเครื่องโดยรอบ ไม่ว่าจะเป็นความหนา ความกว้าง และความยาวที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง
ซึ่งเราก็ต้องมาดูว่าขอบจอเครื่องนั้นบาง หรือหนาเท่าไหร่ (Screen to Body Ratio) เพราะว่ามีผลต่อขนาดจริงของตัวเครื่องนั่นเอง ยิ่งขอบจอบางเท่าไหร่ ตัวเครื่องโดยรวมก็จะเล็กลงตามไปด้วย
ในขณะเดียวกันหากขอบจอภาพหนามาก ขนาดของตัวเครื่องก็จะดูใหญ่ แต่ส่วนมากแล้วมักจะเป็นเครื่องเกมมิ่งซะมากกว่า เนื่องจากการออกแบบให้มีการระบายความร้อนได้ดีขึ้น ตัวเครื่องจึงมีขนาดใหญ่ และหนากว่า หากต้องการรู้ว่าขนาดโน้ตบุ๊ค กว้าง ยาวเท่าไหร่ ก็ให้ใช้ไม้บรรทัด หรือสายวัด วัดตามตัวเครื่อง เช่น ขนาดโน๊ตบุ๊ค 15.6 นิ้ว กว้าง ยาวประมาณ 240m (W) x 360mm (L) เป็นต้น
ขนาดของโน้ตบุ๊ก vs ขนาดจอภาพ
วิธีที่ 1 วัดด้วยไม้บรรทัด หรือสายวัด
หลายท่านคงตั้งคำถามแน่ว่า ขนาดโน๊ตบุ๊ค วัดยังไง จริงๆ แล้วการวัดด้วยไม้บรรทัด หรือสายวัดด้วยตัวเองจะช่วยให้ได้ค่าที่แม่นยำ ซึ่งวิธีในการวัดก็ไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแค่หายไม้บรรทัด แต่แนะสำให้ใช้สายวัด หรือตลับเมตรมาใช้จะดีกว่า เพราะไม้บรรทัดส่วนใหญ่มักจะมีความยาวเพียง 12 นิ้ว เท่านั้น แต่จอโน้ตบุ๊กส่วนใหญ่มักจะมีขนาด 13 – 15.6 นิ้ว สำหรับการวันนั้นเราจะวัดในแนวทแยง จากมุมไหนก็ได้ โดยสังเกตจากพื้นที่แสดงผลภาพทั้งหมด เพียงเท่านี้เราก็จะทราบขนาดจอโน้ตบุ๊คของตัวเองแล้วครับ
วัดจอโน้ตบุ๊กจากสายวัด
วิธีที่ 2: เช็คจากรหัสรุ่น (Model Name)
โน้ตบุ๊กส่วนใหญ่จะมีชื่อรุ่น หรือรหัสรุ่น (Model Name) ได้เช่นกัน แน่นอนว่าที่ใต้เครื่อง หรือในเมนู System Information สำหรับผู้ใช้ Windows และเมนู About this Mac สำหรับ macOS โดยตัวอย่างนี้ผมจะพูดถึงวิธีเช็คสำหรับ Windows OS ทำตามได้ง่าย ๆ โดยไปที่แถบค้นหา (Search) ที่ Taskbar แล้วพิมพ์คำว่า “System Information” แล้วกดปุ่ม Enter หรือคลิก Open ที่ตัวโปรแกรมก็ได้
พิมพ์ System Information ในช่องค้นหา
เมื่อเปิดขึ้นมาแล้วให้มองหาคำว่า System Model ด้านหลังก็จะบอกชื่อรุ่นที่เราใช้อยู่ รหัสตรงนี้ก็จะบ่งบอกถึงขนาดจอไปในตัว ทั้งนี้ Notebook แต่ละยี่ห้อก็จะบอกรหัสที่แตกต่างกันออกไป อาจจะไม่ได้มีตัวเลขที่บ่งบอกถึงขนาดจอเสมอไป
ดูชื่อรุ่นที่ช่อง System Information
หากไม่อยากเปิดในระบบ ก็ลองพลิกไปดูที่ใต้เครื่องซึ่งจะมีรหัสรุ่นบอกเอาไว้ด้วย เป็นอีกวิธีที่ง่ายและไม่ต้องเปิดอะไรให้ยุ่งยาก จากภาพตัวอย่างนี้เป็นโน้ตบุ๊กจาก HP ใต้เครื่องก็จะระบุเอาไว้ชัดเจน ว่า Elitebook 8 G1i 14 ตัวเลข 14 นี่แหละครับมันคือขนาดหน้าจอโน้ตบุ๊ค 14 นิ้ว หรือหากเป็นยี่ห้ออื่นๆ เช่น Dell PC14250 ตัวเลข 14 หลังอักษร PC ก็คือ ขนาดหน้าจอโน้ตบุ๊ค 14 นิ้ว นั่นเองครับ
ดูชื่อรุ่นจากด้านหลังเครื่อง
วิธีที่ 3: เช็คผ่านเว็บไซต์
ปกติแล้วไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ของผู้ผลิต หรือตัวแทนจำหน่าย ก็จะสามารถเช็คผ่านสเปกของโน้ตบุ๊กจากหน้าเว็บได้เลย โดยโน้ตบุ๊กแต่ละรุ่น แต่ละยี่ห้อ ก็จะมีระบุรายละเอียดสเปกตัวเครื่องเอาไว้ชัดเจน ว่าเป็น ขนาดโน๊ตบุ๊ค ไซส์เท่าไหร่ หรือขนาดจอโน้ตบุ๊กเท่าไหร่ ซึ่งสามารถนำชื่อโมเดล (Model), Part Number หรือ SKU และยังใช้หมายเลขประจำเครื่อง (SN: Serial Number) ที่ได้จากด้านหลังเครื่องไปเช็คผ่านหน้าเว็บผู้ผลิตได้เช่นกัน แต่จะอยู่ในส่วนของ Service หรือเช็คประกันนั่นเอง
จากภาพตัวอย่างนี้ผมจะเช็คผ่านเว็บไซต์ของตัวแทนจำหน่าย addin.co.th ให้คลิกไปแล้ว พิมพ์รหัสรุ่นลงในช่องค้นหาด้านบนขวามือ ในนี้ผมเช็คเป็นรุ่น Dell PC14250 เมื่อมีลิสต์รายการขึ้นมาแล้ว ให้คลิกเลือกมาตัวใดตัวหนึ่งก็ได้ที่เป็นรหัสรุ่นเดียวกัน
เช็ครุ่นในหน้าเว็บตัวแทนจำหน่าย
เมื่อเข้ามาแล้วเลื่อนลงมาดูในส่วนของ Description ซึ่งจะเป็นรายละเอียดสเปกเครื่องตามรุ่น สังเกตที่ช่อง Display ก็จะระบุขนาดจอเอาไว้ให้เห็นเลย
ดูขนาดจอที่ช่อง Display
หรือจะเช็คแบบละเอียดได้จาก Datasheet ก็ได้เช่นกัน ซึ่งเว็บ addin.co.th ก็มีแปะไว้ให้เช็คด้วย จะอยู่ใต้ราคาเครื่อง ให้คลิกที่ปุ่ม Datasheet
คลิก Datasheet
ระบบก็จะเปิดลิงค์สเปกโดยรวมของรุ่นนั้น ๆ มาให้ทันที ให้เช็ครหัสช่อง Model Number ว่าตรงกับที่เราค้นหาหรือไม่ แล้วมองหาช่อง Display ที่จะระบุขนาดจอภาพเอาไว้เช่นกัน
เช็ครุ่นให้ตรง และดูช่อง Display
ขนาด 10 – 12 นิ้ว
โน้ตบุ๊กขนาดจอ 10 – 12 นิ้ว ถือว่าเป็นขนาดที่เล็กมาก ส่วนใหญ่จะเป็น Laptop แบบ 2-in-1 หรือ Ultrabook ซึ่งออกแบบมาเพื่อเน้นการพกพาเป็นหลัก มีน้ำหนักเบา ปัจจุบัน ขนาดโน๊ตบุ๊ค ไซส์นี้ มีอยู่ไม่กี่ยี่ห้อที่ทำจอเล็กแบบนี้ ที่เห็นหลักๆ ก็จะเป็น Microsoft Surface เช่น Surface Go, Surface Pro, Surface Laptop Go และกลุ่ม Chromebook, Lenovo Yoga Book เป็นต้น
- ข้อดี
- น้ำหนักเบา: เนื่องจากการออกแบบให้ตัวเครื่องเน้ำหนักตัวเครื่องก็จะน้อยตามไปด้วย
- เล็กกะทัดรัด: เพราะขนาดจอเล็ก ทำให้บอดีทั้งเครื่องเล็ก และบางลง ทำให้พกพาได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการออกแบบแต่ละแบรนด์ด้วย
- ประหยัดพื้นที่: ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะทำงาน หรือใส่ในกระเป๋า ก็ประหยัดพื้นที่เพราะตัวเครื่องมีขนาดเล็ก จะพกพา หรือทำงานบนโต๊ะกาแฟก็สะดวก
- ข้อเสีย
- พื้นที่ใช้งานน้อย: จอเล็กไม่ได้ดีเสมอไป เพราะมีพื้นที่ใช้งานน้อยลง และตัวหนังสืออาดจะเล็กทั้งอ่าน หรือทำงานอาจจะไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร นอกจากนี้คีย์บอร์ดก็จะเบียด ปุ่มเล็กพิมพ์ยาก รวมไปถึแต่ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนด้วยนะ
- ไม่เหมาะสำหรับทำงานหนัก: ใช่แล้วครับ เพราะยิ่งเครื่องเล็ก ชิ้นส่วนภายในก็จะถูกลดขนาดลงไป รวมถึงชุดระบายความร้อนของตัวเครื่อง ก็เล็กลง หรือบางรุ่นไม่มีพัดลมเลย บางรุ่นจึงจำกัดความเร็ว CPU และอัตราการกินไฟเอาไว้เพื่อลดความร้อนสะสม ประสิทธิภาพการทำงานก็อาจจะลดลงตามไปด้วยนั่นเอง
ขนาด 13 – 14 นิ้ว
เป็น ขนาดโน๊ตบุ๊ค ยอดนิยมเลยก็ว่าได้ เพราะจอขนาด 13 – 14 นิ้ว มันคือมาตรฐานของโน้ตบุ๊กทุกยุคสมัย เนื่องจากมีขนาดไม่เล็ก และไม่ใหญ่เกินไป ยังสามารถพกพา และใช้งานบนโต๊ะทำงานได้ดีไม่เปลืองพื้นที่ เพราะด้วยเทคโนโลยีขั้นสูงยิ่งทำให้ปัจจุบันนี้ออกแบบให้มีขนาดที่เล็กและบางลงกว่าเมื่อก่อนมาก เหมาะกับทุกวัยไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นักศึกษา หรือวัยทำงาน
- ข้อดี
- จอขนาดมาตรฐาน: หน้าจออยู่ในขนาดกลาง ๆ เพียงพอต่อการใช้งานในหลายด้าน ไม่เล็ก ไม่ใหญ่เกินไป
- คีย์บอร์ดขนาดมาตรฐาน: ถือว่าเป็น Layout แบบปกติ ขนาดปุ่มต่าง ๆ ก็จัดว่าอยู่ในขนาดกำลังดีตามมาตรฐานคีย์บอร์ดทั่วไป พิมพ์ง่ายไม่ผิดบ่อย
- มีตัวเลือกเยอะที่สุด: โน้ตบุ๊กขนาด 13-14 นิ้วนั้น มีตัวเลือกเยอะที่สุดในตลาดไอที หาง่าย และราคาก็หลายระดับตามสเปกเครื่อง
- ข้อเสีย
- ไม่มีปุ่มตัวเลข: ถึงแม้คีย์บอร์ดจะมีปุ่มขนาดมาตรฐาน แต่ด้วยตัวเครื่องสั้น จึงไม่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับใส่ Numpad ลงไป
- ปัญหาความร้อน: ถึงแม้ตัวเครื่องจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมา แต่ก็มีพื้นที่จำกัดอยู่ดี ชุดระบายความร้อนเล็กทำให้เกิดความร้อนสะสมได้ง่ายหากใช้งานหนักเกินไป
ขนาด 15 – 16 นิ้ว
ถือว่าจัดอยู่ในกลุ่มโน้ตบุ๊กสำหรับทำงานที่เน้นทำงานสาย Data หรืองานที่มีตัวอักษรเยอะ ๆ หรือสายดูหนัง และทำงานกราฟิกต่าง ๆ ได้สะใจ และเต็มตามากขึ้น โน้ตบุ๊คขนาด 15.6 – 16 นิ้วนั่นมักจะมาพร้อมกับการ์ดจอแยก และมีชุดระบายความร้อนที่ใหญ่ ทำให้เกิดเสียงดังเวลาตัวเครื่องทำงานหนัก
- ข้อดี
- จอใหญ่มีพื้นที่เยอะ: พื้นที่เยอะในที่นี้ก็ไม่ได้ต่างจากรุ่น 14 นิ้วมากเท่าไหร่ แต่ด้วยขนาดจอที่ใหญ่ขึ้น ก็จะทำให้ดูชัด เต็มตามากขึ้นนั่นเอง
- ระบายความร้อนได้ดี: ด้วยตัวเครื่องที่ใหญ่ขึ้น ก็ทำให้มีพื้นที่สำหรับติดตั้งชุดระบายความร้อนได้ใหญ่ขึ้นนั่นเอง
- มี Numpad แยก: ด้วยความที่พื้นที่ตัวเครื่องมีเยอะมากขึ้น จึงทำให้สามรถติดตั้ง Numpad ลงบนตัวเครื่องได้ *แต่รุ่นใหม่ ๆ อย่างรุ่น 16 นิ้วบางรุ่น ก็ไม่ได้มีปุ่มตัวเลขมาให้
- ข้อเสีย
- น้ำหนักเยอะ: กลุ่มนี้ตัวเครื่องจะมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่ก็ยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถพกพาได้อยู่ โดยน้ำหนักจะอยู่ประมาณ 1.7-2.0 ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับรุ่นและสเปก
- พัดลมเสียงดัง: อาจจะเป็นบางรุ่นที่จะมีเสียงของพัดลมระบายความร้อนดังออกมามาก ด้วยการออกแบบต่าง ๆ จะแตกต่างกันออกไปในแน่ละยี่ห้อ แต่มันก็จะดังเฉพาะตอนที่เครื่องประมวลผลหนัก ๆ อย่างการเล่นกม หรือเรนเดอร์งานกราฟิกเท่านั้น
ขนาด 17 นิ้วขึ้นไป
ขนาดโน๊ตบุ๊ค ไซส์นี้ จะมีจอที่ใหญ่ มาพร้อมกับบอดี้ตัวเครื่องขนาดใหญ่ น้ำหนักเยอะ ถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการเล่นเกม (Gaming Notebook) หรือทำงานระดับมืออาชีพ (Mobile Workstation) เน้นตั้งทำงานแทนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop PC) แต่ยังพอที่จะสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย
- ข้อดี
- จอใหญ่เต็มตา: ด้วยหน้าจอใหญ่ขนาดนี้ หากนำไปใช้งานดูหนัง หรือทำงานกราฟิกก็จะดูชัด เต็มตา เต็มอารม ไม่ต้องเพ่งมอง
- สเปกแรง: ตัวเครื่องที่ใหญ่มาก ก็จะมีพื้นที่สำหรับติดตั้งอุปกรณ์มากขึ้น และส่วนใหญ่จะมาพร้อมกับสเปกแรงแบบจัดเต็มมาให้อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเล่นเกม หรือตัดต่อกราฟิก
- ใช้แทนคอมตั้งโต๊ะ: ทั้งจอภาพขนาดใหญ่ และสเปกเครื่องที่แรงมาก ทำให้บางคนนำไปใช้งานแทนคอมตั้งโต๊ะได้เลย
- ข้อเสีย
- น้ำหนักเยอะมาก: ด้วยน้ำหนักที่เยอะ 3-4 กิโลกรัม ทำให้ไม่ค่อยมีใครพกพาหรือเคลื่อนย้ายบ่อย ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะนำมาตั้งใช้งานบนโต๊ะทำงานแทน Desktop PC มากกว่า
- เครื่องใหญ่: ตัวเครื่องมีขนาดใหญ่มาก เกินกว่าที่จะแบก หรือพกพาทุกวัน
ขนาดจอโน้ตบุ๊ค
เลือกขนาดจอโน้ตบุ๊กเท่าไหร่ดี
ในการเลือก ขนาดโน๊ตบุ๊ค นั้น จะต้องมองถึงการใช้งานเป็นหลัก อย่าดูแค่ความชอบเพียงอย่างเดียว เพราะขนาดจอแสดงผลมันส่งผลต่อการใช้งานของผู้ใช้ หากเล็กไป ก็จะทำให้ปวดตา หรือใหญ่เกินไปก็อาจจะไม่เหมาะสำหรับการพกพา หรือสัดส่วนหน้าจอที่ไม่ถูกต้องก็ทำให้มีพื้นที่ใช้งานไม่เพียงพอ ลองดูว่าคุณต้องการแบบไหนมากกว่ากัน โดยอาจจะลองตัดสินใจจากตัวเลือกต่อไปนี้
ขนาดจอที่เหมาะสมกับการใช้งาน
ผมขอสรุปและแนะนำลักษณะการใช้งานที่เหมาะสม สำหรับ ขนาดโน๊ตบุ๊ค ตามกลุ่มดังนี้
- กลุ่มขนาดจอ 10-12 นิ้ว
จะเป็นขนาดจอที่เหมาะสำหรับการพกพา ใช้งานเบาๆ เน้นท่องเว็บ เช็คอีเมล หรือใครที่เน้นความบาง เบา ตัวเครื่องเล็กกะทัดรัด ประหยัดพลังงาน สามารถยกไปทำงานในสถานที่ที่มีพื้นที่น้อยได้สะดวก ใครที่ชื่นขอบการทำงานตามร้านกาแฟ หรือคาเฟ่ต่าง ๆ โน้ตบุ๊กที่มีขนาดจอ 10-12 นิ้ว ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี น้ำหนักของเครื่องมักจะอยู่ที่ 0.7-1.2 กิโลกรัม พกพาสบายแน่นอน
- กลุ่มหน้าจอ 13-14 นิ้ว
ยังถือว่าเป็น ขนาดโน๊ตบุ๊ค แบบกลางๆ มีหน้าจอไซส์มาตรฐาน ไม่เล็กจนปวดตา และไม่ใหญ่จนดูเทอะทะ เรียกได้ว่าเป็นขนาดจอยอดนิยมที่สุดเลยก็ว่าได้ น้ำหนักก็อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมประมาณ หากเลือกเป็นรุ่นดี ๆ หน่อย อย่างกลุ่ม Ultrabook, Ultrathin & light ก็จะยิ่งดูพรีเมียม น้ำหนักเบา และพกพาสะดวกไม่แพ้กลุ่มรุ่นจอเล็กอย่างแน่นอน โน้ตบุ๊คในกลุ่มหน้าจอ 13-14 นิ้ว จึงเหมาะสำหรับงานทั่วไป เรียนออนไลน์ หรือทำงานต่าง ๆ ได้อย่างลงตัว คีย์บอร์ดก็อยู่ในขนาดมาตรฐาน ไม่เล็กจนปุ่มเบียด พิมพ์สบายๆ ทำให้ไม่เมื่อยมือ หรือพิมพ์ผิดบ่อยๆ
- กลุ่มหน้าจอขนาด 15-16 นิ้ว
เป็นกลุ่มที่เน้นการทำงานแบบหลายหน้าต่างพร้อมกัน s(Multitasking) มักจะจัดอยู่ในกลุ่มโน้ตบุ๊คสำหรับเล่นเกม หรือทำงานกราฟิก เป็น Mobile Workstation ระดับย่อม ที่สามารถพกพาไปได้บ้าง น้ำหนักตัวเครื่องก็อาจจะอยู่ประมาณ 1.7 – 2.0 กิโลกรัมขึ้นไป ขึ้นอยู่กับรุ่นด้วยนะ หากรุ่นไหนมีการ์ดจอแยกก็จะมีน้ำหนักเยอะขึ้นมาหน่อยเพราะชุดระบายความร้อนใหญ่ขึ้น
- ขนาด 17 นิ้วขึ้นไป
ถูกออกแบบมาให้เหมาะสำหรับทำงานกราฟฟิกระดับโปร หรือเล่นเกมที่ต้องการความเต็มตา ส่วนมากแล้วจะเป็นโน้ตบุ๊กที่มีไว้สำหรับตั้งโต๊ะใช้งานมากว่าการพกพา เนื่องจาก ขนาดโน๊ตบุ๊ค ไซส์นี้ จะมีตัวเครื่องที่ใหญ่ และมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะบางรุ่นอาจจะ 3-4 กิโลกรัมเลยทีเดียว หากใส่กระเป๋าเป้แบกไปสักพักมีปวดหลังแน่นอน
สัดส่วนจอ (Aspect Ratio)
สัดส่วนของหน้าจอก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะส่งผลต่อการทำงานด้วยเช่นกัน สำหรับอัตราส่วนของหน้าจอโน้ตบุ๊คในปัจจุบันจะมีอยู่ประมาณ 3 สัดส่วน ได้แก่
- สัดส่วน 16:9
คือสัดส่วนมาตฐานเดิมที่คุ้นเคย และนิยมใช้กันมาอย่างยาวนานแล้ว ปัจจุบันก็ยังมีใช้งานอยู่ สัดส่วน 16:9 จะเหมาะสำหรับการดูหนัง ดู YouTube หรือเล่นเกมเป็นหลัก เพราะเห็นภาพเต็มจอพอดีโดยไม่ต้องมีขอบขาวบน-ล่าง เนื่องจากคอนเทนต์ส่วนมากถูกสร้างในสัดส่วน 16:9 นั่นเอง - สัดส่วน 16:10 หรือ 2:3
ถือว่าเป็นสัดส่วนใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากเป็นสัดส่วนใหม่ จอภาพสัดส่วนใหม่นี้จะเพิ่มในส่วนของพื้นที่บนล่างเข้ามา ทำให้มีพื้นที่ในการทำงานเพิ่มมากขึ้น เหมาะสำหรับทำงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงานเอกสาร หรืองานกราฟิกต่าง ๆ ก็จะเห็นเนื้อหา หรือเครื่องมือมากขึ้นอีกด้วยครับ แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับนำไปดูหนัง เพราะจะมีขอบดำบนล่างเพิ่มขึ้นมา
เทียบสัดส่วนจอแบบ 16:9 และแบบ 16:10
สรุปเกี่ยวกับ ขนาดโน๊ตบุ๊ค
สรุป ขนาดโน๊ตบุ๊ค มักจะเรียกตามขนาดจอภาพของเครื่องมากกว่าการวัดจากบอดี้รอบตัวเครื่อง (Dimension) เพราะมันมีขนาดที่ไม่เท่ากันเลย และไม่ได้ถูกำหนดเป็นมาตรฐานเหมือนกับขนาดจอโน้ตบุ๊กนั่นเอง สำหรับขนาดจอที่เป็นขนาดมาตรฐานก็จะประกอบไปด้วย ขนาด 12 นิ้ว, 13 นิ้ว, 14 นิ้ว, 15.6 นิ้ว, 16 นิ้ว ส่วนกลุ่ม 17 นิ้วขึ้นไปจะไม่ค่อยมีคนใช้งานเท่าไหร่ เนื่องจากมีขนาดที่ใหญ่เกินไป และไม่เหมาะสำหรับการพกพา หรือเคลื่อนย้ายบ่อย ๆ นั่นเองครับ
แต่ใครจะเลือกใช้งานแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคน เพราะแต่คนมีสไตล์การทำงาน และการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน ถ้าให้ผมแนะนำ หากคุณเน้นพกพา สายทำงาน เปิดอีเมลตามร้านกาแฟ เลือกรุ่นเล็กที่มีน้ำหนักเบา และประหยัดพลังงานน่าจะเหมาะสมกว่า ส่วนหากใครที่ต้องการทำงานกราฟิก หรือเล่นเกมก็ควรจะเลือกจอที่ใหญ่ขึ้นมาหน่อย อย่าง 15.6 – 16 นิ้ว ก็จะเหมาะมากกว่า เพราะการเล่นเกมจะต้องเชื่อมต่อ Adapter ชาร์จไฟตลอดเวลา ยังไงก็ต้องใช้บนโต๊ะเป็นหลักอยู่ดี เลือกจอที่ใหญ่และสเปกแรงก็จะเต็มตามากกว่าครับ
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
