เพื่อนๆ ทราบหรือไม่ครับ ว่าพาเนลจอ IPS คือ อะไร ทำไมใครๆ ก็แนะนำให้ใช้ มันดีกว่าจอประเภทอื่นยังไง IPS ย่อจามากจำว่า “In-Plane Switching” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีพาเนลจอแสดงผลที่มีความโดดเด่นในเรื่องของสีสันที่แม่นยำ มุมมองกว้างที่สุด แน่นอนว่าในความนี้ผมจะพาทุกคนไปเจาะลึกกดไกการทำงาน รวมถึงข้อ ข้อเสีย ว่ามันจะตอบโจทย์ และคุ้มค่าจริงไหม
ทำความรู้จักกับพาเนลจอคอมคืออะไร
ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักกับพาเนลจอคอมพิวเตอร์แบบคร่าวๆ กันก่อนครับ Monitor Panel คือ ชิ้นส่วนแผงหน้าจอแสดงผล มันมีหน้าที่กำเนิดภาพ สี แสง บนหน้าจอทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น จอคอม จอโน้ตบุ๊ก จอสมาร์ทโฟน หรือจอทีวี และอุปกรณ์อื่นๆ ที่แสดงภาพได้
โครงสร้าง และการทำงานของ Monitor Panel
หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบันไม่ว่าจะเป็น LCD, LED จะประกอบมีส่วนประกอบหลายชั้น เลย แต่ส่วนนี้ขอยกส่วนหลักๆ มาให้ดูพอที่จะเห็นโครงสร้างกันก่อน เช่น
- Backlight: เป็นส่วนที่อยู่ด้านหลังสุด ทำหน้าที่ปล่อยแสงสีขาวออกมา
- Liquid Crystal: คือชั้นของพาเนล (Panel) เป็นชิ้นส่วนที่คอยบิดตัวตามสัญญาณไฟฟ้า เพื่อเปิด – ปิดช่องทางของแสงที่มาจาก Backlight
- Color Filter: หรือเรียกว่าแผ่นกรองสี โดยมันจะทำหน้าที่กรองแสงที่ลอดผ่าน Liquid Crystal เพื่อควบคุมสี โดยการผสมจากฟิลเตอร์แม่สี อย่างสีเขียว, แดง, น้ำเงิน จนกลายเป็นสีสันต่างๆ ออกมาทางจอภาพนั่นเอง
ซึ่ง Panel อย่าง TN, VA และ IPS จะใช้หลักการเดียวกัน จะต่างกันที่ชั้น Liquid Crystal ที่ควบคุมการเปิด – ปิด แสงที่ลอดผ่านออกมา ทำให้แต่ละชนิดมีการแสดงผลที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง
โครงสร้างของ Monitor Panel
IPS คือ อะไร ทำงานยังไง
IPS คืออะไร? IPS ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ ย่อมาจากคำว่า “In-Plane Switching” เป็นหนึ่งในพาเนลของจอ LCD ซึ่งก็ คือ เทคโนโลยีที่ถูกคิดค้น และพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Hitachi ในปี 1996 เพื่อแก้ปัญหาของจอชนิด TN (Twisted Nematic) โดยเฉพาะ ทำให้ได้ภาพที่คมชัด สีสันสดในมากขึ้น และยังมีมุมมองที่กว้าง สามารถมองได้จากหลายทิศทาง ภาพสีไม่เพี้ยน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับชมอย่างมากครับ
IPS ทำงานอย่างไร
คำว่า “In-Plane” หมายถึง “ในระนาบเดียวกัน” นั่น คือ หัวใจสำคัญที่ทำให้ IPS แตกต่างจากจอประเภทอื่น โดยมีขั้นตอนในการทำงานดังนี้
- เมื่อระบบอยู่ในสภาวะปิดการทำงาน
- เมื่อหลอด Backlight ส่องแสงผ่านแผ่นกรองแสงตัวแรก สมมติว่าเป็นแนวตั้ง แสงก็จะถูกบังคับให้วิ่งเป็นคลื่นแนวตั้งเท่านั้น
- ในชั้นจอ IPS เมื่อไม่มีกระแสไฟฟ้าไหลผ่าน โมเลกุลของผลึกเหลวจะเรียงตัวกันในแนวราบขนานกับหน้าจอ > เมื่อแสงแนวตั้งวิ่งผ่านผลึกเหลวที่เรียงตัวแบบนี้ ทิศทางของแสงจะไม่ถูกบิดเบือน นั่นหมายถึงแสงยังคงเป็นแนวตั้งเหมือนเดิม
- และเมื่อแสงวิ่งไปชนกับแผ่นกรองแสงตัวที่สองที่เป็นแนวนอน แสงแนวตั้งจึงไม่สามารถทะลุผ่านแผ่นกรองแนวนอนออกไปได้ ทำให้พิกเซลส่วนนั้นกลายเป็นสีดำนั่นเอง
- เมื่อมีระบบเปิดการทำงาน
- เมื่อไหร่ที่มีการป้อนกระแสไฟฟ้าเข้าไปที่ขั้วแม่เหล็ก (Electrodes) ซึ่งวางอยู่ในระนาบเดียวกันบนฐานด้านล่าง
- สนามไฟฟ้าจะทำให้โมเลกุลของผลึกเหลวจาก หมุนบิดไปในแนวราบ โดยที่ตัวมันยังคงระนาบ และขนานกับหน้าจออยู่
- และแสงแนวตั้งจาก Backlight เมื่อวิ่งผ่านผลึกเหลวที่หมุนบิดนี้แล้ว ทิศทางคลื่นของแสงจะถูกบิดรูป (Rotate) ให้กลายเป็นแสงแนวนอนแทน
- เมื่อแสงที่ถูกบิดเป็นแนวนอนแล้ว จึงสามารถทะลุผ่านแผ่นกรองแสงแนวนอนตัวสุดท้ายออกมาได้
- แน่นอนว่าแสงจะพุ่งผ่าน Color Filter อย่างแดง, เขียว, น้ำเงิน ผสมกันออกมาเป็นสีสันต่างๆ ตามระดับแรงดันไฟฟ้าที่ควบคุมการทำงานของผลึกคริสตัลเหลว เช่น บิดน้อยแสงผ่านน้อย บิดมากแสงก็จะยิ่งผ่านได้มากนั่นเอง
ตัวอย่างการทำงานของ IPS Panel
ทำไมโครงสร้างแบบ IPS ถึงให้ภาพที่ดีกว่า
เนื่องมาจากการจัดเรียงโมเลกุลในแนวราบ ส่งผลให้เกิดผลดีทางฟิสิกส์ 2 อย่าง คือ
- แสงผ่านได้ดี: ในระหว่างการทำงาน จะมีการหมุนเป็นแนวราบ ซึ่งมันช่วยลดการหักเหของแสงที่ผิดเพี้ยนได้ ทำให้ไม่ว่าจะมองจากมุมไหนของจอ เช่น บน ล่าง ซ้าย ขวา ไม่เกิน 45 องศา สีสันต่างๆ ที่แสดงออกมาก็จะไม่เกิดความเพี้ยนเลย เหมือนกับเรามองหน้าจอตรงๆ ยังไงยังงั้น เรียกได้ว่ามองรอบทิศทางรวมก็ประมาณ 178 องศา
- แรงดันคงที่เมื่อสัมผัส: จากการเรียงโมเลกุลนอน ทำให้เมื่อเราเอานิ้วไปกดเบาๆ บนหน้าจอ เพราะโมเลกุลจะไม่เสียรูปทรง ส่งผลให้ภาพไม่เกิดอาการเพี้ยนของสี หรือเป็นเหมือนรอยน้ำ ต่างจากจอแบบอื่น ทั้ง TN และ VA ที่เวลาเอามือไปจับ หรือจิ้ม จะเกิดสีเพี้ยนบริเวณที่จับ
มองด้านข้างสีไม่เพี้ยน
จุดเด่น และข้อจำกัดของหน้าจอ IPS
เพื่อจะได้ตัดสินใจถูกว่า จอ IPS ดีไหม ลองพิจารณาจากจุดเด่น และข้อจำกัดต่อไปนี้ได้ครับ
จุดเด่นที่ทำให้หน้าจอ IPS คือ พาเนลที่นิยม
- ความแม่นยำของสี (Color Accuracy): จอ IPS ส่วนใหญ่มักจะใช้มาตรฐาน sRGB / DCI-P3 ซึ่ง คือ Standard สีที่คนทำงานกราฟิกส่วนใหญ่เลือกใช้ นั่นเอง
- มุมมองที่กว้างถึง 178 องศา (Wide Viewing Angle): ด้วยมุมมองที่กว้าง สามารถมองได้จากทุกมุม ทำให้นำจอ IPS ไปปรับองศาได้สะดวก ไม่ว่าจะก้ม เงย หรือปรับแนวตั้ง แนวนอน ก็ยังให้สีสันที่ตรงเหมือนเดิม
- มีเทคโนโลยี Fast IPS: หน้าจอรุ่นใหม่ๆ ที่คุณภาพสูง จะมี Fast IPS ซึ่งมันช่วยให้มีการตอบสนองที่เร็วขึ้น ค่า Response Time ต่ำ ทำให้เล่นเกมได้ดียิ่งขึ้นโดย และทดแทนจอ TN ที่เด่นในเรื่องนี้ได้ ถือว่าทางเลือกใหม่ของเกมเมอร์เลยครับ
ข้อจำกัดของจอ IPS ที่ควรรู้
- ปัญหาแสงรั่วตามขอบจอ: หรือเรียกว่า IPS Glow เรามักจะเห็นเมื่อใช้งานในที่มืด หรือที่แสงน้อย เมื่อจอแสดงผลสีดำ เราจะเห็นแสงลอดออกมาจากขอบของหน้าจอ ซึ่งจอ IPS แสงรั่ว ตามขอบ หลายคนมักจะเข้าใจว่าจอเสีย แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลยครับ ถ้าบริเวณนั้นสีไม่ได้ผิดเพี้ยนตอนใช้งาน ถือว่า คือ เรื่องปกติ
- ค่า Contrast Ratio ไม่ค่อยสูง: สำหรับคอนทราสของ IPS นั้นอยู่ในระดับกลางๆ และยังเป็นรอง VA Panel อยู่ เมื่อนำมาเปิดเทียบกัน จะเห็นได้ชัดเจนเลยว่า จอ VA จะให้สีที่สด และให้สีดำที่ดำสนิทกว่า
หน้าจอ IPS เหมาะกับใครบ้าง
สำหรับหน้าจอ IPS นั้น จะครอบคลุมการใช้งานในทุกรูปแบบเลย ตัวอย่างดังนี้ คือ
คนทำงานออฟฟิศ
สายทำงานออฟฟิศ หรือสายมัลติทาสก์ และกลุ่มคนที่ต้องนั่งหน้าจอนานๆ และควรจะมีการจัดวางหน้าจอในลักษณะพิเศษ หรือปรับองศาของจอบ่อยเพื่อลดการเมื่อยล้าได้ เช่นการปรับจอคอมเป็นแนวตั้ง เพื่ออ่านโค้ด อ่านบทความ ตรวจเอกสารยาวๆ รวมถึงการต่อจอหลายจอวางต่อกัน
การใช้จอ IPS ก็จะช่วยในเรื่องของการแสดงผลภาพ และสีสันที่ไม่เพี้ยนไปจากเดิม เนื่องจากมีองศาแสดงผลสูงถึง 178 องศา เรียกได้ว่ามองได้จากทุกมุม บน ล่าง ซ้าย ขวา ได้สบายๆ แสง สี ไม่ผิดเพี้ยน
สายบันเทิง ดูหนัง หรือใช้งานทั่วไป
สำหรับผู้ใช้งานทั่วไปที่เน้นความยืดหยุ่นในการใช้งาน ไม่ว่าจะดูหนัง ฟังเพลง หรือนั่งดูพร้อมกับคนอื่นๆ ร่วมกัน ไม่ว่าจะนั่งโซฟา นอนบนเตียง หรือยืนดูจากมุมด้านข้าง จอ IPS จะตอบโจทย์ในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะดูจากมุมไหนของห้องก็ยังให้ภาพที่คมชัด ไม่ต่างจากคนที่ดูจากด้านหน้าของจอภาพเลย
สายงานคอนเทนต์และดีไซเนอร์
นี่ คือ กลุ่มคนที่จำเป็นต้องใช้จอ IPS มากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะงานสายนี้ ต้องการความเที่ยงตรงของสีสันสูงมาก หากจอสีเพี้ยน งานที่จะส่งให้ลูกค้า สีที่ออกมาก็จะผิดเพี้ยนไปด้วยนั่นเอง จอกลุ่ม IPS จึงเหมาะสำหรับช่างภาพ, ช่างตัดต่อวิดีโอ กราฟิกดีไซน์เป็น
เพราะว่า IPS ให้ค่าขอบเขตสี เช่น sRGB, DCI-P3 ได้กว้าง และตรงความจริงมากที่สุด ไม่ว่าจะขยับหัว เอียงคอ เวลามองจอสีที่ออกมาก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีส่วนมือ หรือสีเพี้ยนเหมือนกับจอ TN และ VA
เกมเมอร์
ปกติแล้วสายเกมเมอร์จะไม่ค่อยเลือกใช้จอ IPS กันสักเท่าไหร่ แต่เน้นที่ค่าการตอบสนองต่ำ แต่จริงๆ แล้วสำหรับสายเสพเนื้อเรื่อง และกราฟิกของเกม ที่เน้นเรื่องของสีสัน ความสวยงามของฉากในเกม เช่นเกมแนว Open-World จอ IPS ถือว่าเหมาะมากเลยครับ
สำหรับคนที่ชอบความธรรมชาติของเกม จอ IPS จะให้สีสันที่สด สมจริง เหมือนกับกราฟิกที่ผู้พัฒนาเกมตั้งใจทำมานั่นเอง แต่สำหรับท่านในที่ต้องการเล่นเกมที่มีความเร็วในการเคลื่อนที่ของวัตถุในเกมเร็วๆ ปัจจุบันมีเทคโนโลยี Fast-IPS เข้ามาแล้วนะครับ ซึ่งมันจะทำให้จอ IPS มีค่า Response Time ต่ำระดับ 1ms และรองรับค่า Refresh Rate สูงๆ ในระดับ 144Hz – 360Hz ขึ้นไปแล้วด้วย ทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่หันมาเลือกใช้จอชนิด IPS Panel กันมากขึ้นเช่นกัน
เปรียบเทียบจอ IPS, VA, TN และ OLED ต่างกันอย่างไร
ในส่วนนี้ขอเปรียบเทียบหน้าจอที่ใช้ Panel ชนิดต่างๆ ว่ามันต่างกันยังไงบ้าง ถ้ามองจากโครงสร้างการทำงานแล้วจะสามารถเทียบกันได้ 3 ประเภทที่จัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน นั่น คือ IPS, VA, TN ส่วน OLED จะมีรูปแบบการทำงานที่ต่างออกไป แต่ผมจะรวมมาเทียบในนี้ด้วย
- TN (Twisted Nematic): TN Panel จะใช้หลักการปิดตัวเป็นเกลียวเพื่อบล็อกแสง มีการตอบสนองเร็วที่สุด หรือค่า Response Time ต่ำมาก รองรับการทำรีเฟรชเรท (Refresh Rate)ได้สูง แต่มีข้อด้อยด้านสีสันที่ดูซีดจาง และมีมุมมองที่แคบมาก
- VA (Vertical Alignment): สำหรับ VA Panel ในชุดพาเนลคริสตัสเหลวจะเรียงตัวกันในแนวตั้งทำให้บล็อกแสงได้ดี ส่งผลทำได้ค่า Contrast Ratio สูงมาก เราจึงเห็นสีดำที่ดำสนิท ภาพมีความคมชัด และมีสีสันที่สวยงามในเวลาเดียวกัน แต่มีการตอบสนองที่ค่อนข้างช้า ทำให้เกิดอาการภาพเบลอได้ หากมีการเคลื่อนที่ของวัตถุเร็วๆ เช่นการเล่นเกม เป็นต้น
- IPS (In-Plane Switching): ชุดคริสตัลเหลวจะเรียงตัว และหมุนในแนวราบขนานไปกับหน้าจอ ส่งผลให้แสดงสีสันได้แม่นยำที่สุด และได้มุมมองที่กว้างมากถึง 178 องศา สามารถมองจากมุมไหนก็ได้ โดยที่สีไม่เพี้ยน แต่การแสดงสีจะไม่ดำสนิทเท่ากับ VA Panel
- OLED (Organic Light-Emitting Diode): ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งแตกต่างจาก 3 ประเภทที่พูดมาทั้งหมด คือมันไม่มี Backlight เลยครับ OLED จะทำงานแยกกันในแต่ละพิกเซล และสามารถเปล่งแสงได้ในตัวเอง ทำให้สีที่ได้นั้นมีความสด ให้สีดำที่ดำสนิท และมีอัตราการตอบสนองที่ดีมากอีกด้วย แต่มีข้อเสีย เมื่อใช้งานไปนานๆ จะเกิดอาการจอเบิร์น และอายุการใช้งานสั้นกว่าจอประเภทอื่น
| TN (Twisted Nematic) | VA (Vertical Alignment) | IPS (In-Plane Switching) | OLED (Organic LED) | |
| จุดเด่นหลัก | ความเร็วสูง / ราคาประหยัด | คอนทราสต์สูง / สีดำสนิท | สีสันสมจริง / มุมมองกว้าง | สีสันดีที่สุด / ดำสนิทระดับพิกเซล / เร็วที่สุด |
| Response Time | ดีมาก ต่ำสุดถึง 0.5-1ms | ปานกลาง มักมีปัญหา Ghosting ในโทนเข้ม | ดี ปัจจุบันพัฒนาจนเหลือ 1ms ได้ในรุ่นใหม่ๆ แล้ว | ดีที่สุด ใกล้เคียง 0ms หรือ 0.03ms มาก |
| Contrast Ratio | ต่ำ ประมาณ 1,000:1 | สูงมาก ระดับ 3,000:1 – 5,000:1 | ปานกลาง ระดับ 1,000:1 – 2,000:1 | ดีที่สุด |
| ความแม่นยำของสี | พอใช้ และสีค่อนข้างซีดกว่าชนิดอื่น | ระดับดีเลย สีสดใส เกินจริงไปบ้าง และสีอาจไม่ตรงเท่า IPS | ดีมาก สีตรง ได้มาตรฐานงานกราฟิก | ดีที่สุด ขอบเขตสีกว้าง และแม่นยำที่สุด |
| มุมมองของจอ | แคบ เวลามองจากด้านข้าง บน-ล่าง สีจะเพี้ยนมาก | ปานกลาง เวลามองเฉียงๆ แล้วสีจะดรอปลงเล็กน้อย | กว้างมาก 178° และสีไม่เพี้ยนแม้มองจากมุมข้าง | กว้างที่สุด |
| ปัญหาที่พบ | สีสันและมุมมองจำกัด | Black Smearing หรือภาพเบลอเวลาวัตถุสีเข้มเคลื่อนที่ | แสงรั่วตามขอบจอเวลาแสดงสีดำ | Burn-in หรือภาพค้างหน้าจอหากเปิดแช่ไว้นานเกินไป |
| ระดับราคา | ถูกที่สุด | ย่อมเยา – ปานกลาง | ปานกลาง – สูง | สูงที่สุด |
ตารางเปรียบเทียบ IPS, TN, VA, OLED
กราฟิกเปรียบเทียบ TN, VA, IPS และ OLED
สรุป IPS คือ อะไร
สรุปแล้วหน้าจอพาเนล IPS (In-Plane Switching) คือ หนึ่งในเทคโนโลยีหน้าจอที่คุ้มค่า และครบเครื่องมากที่สุดในปัจจุบัน ด้วยจุดเด่นอย่างความแม่นยำของสี และมุมมองที่กว้างถึง 178 องศา ทำให้ IPS กลายเป็นมาตรฐานสำหรับคนทำงานสายกราฟิก ช่างภาพ รวมถึงคนใช้งานทั่วไปได้ดี และที่สำคัญปัจจุบันมีการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น มีเทคโนโลยีอย่าง Fast IPS เข้ามาช่วยให้การเล่นเกมดีขึ้นอีกด้วย เรียกได้ว่า IPS Panel เป็นชนิดจอที่ตอมโจทย์ทุกการใช้งาน และคุ้มค่ากับการลงทุนอย่างแน่นอน
* แต่จอ IPS ก็มีหลายเกรด หลายราคา ก่อนซื้อควรดูว่ารองรับขอบเขตสีเท่าไหร่ รองรับมาตรฐานอะไรบ้าง เพราะในแต่ละยี่ห้อ แต่ละรุ่น ก็มีความสามารถที่ต่างกันนั่นเอง
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
