Overclock คือ อะไร มีข้อดีอย่างไร มีวิธีทำยังไง และข้อควรระวัง

Overclock คือ

ในโลกของฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์ การ Overclock ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพทำให้คอมแรงขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็น CPU GPU หรือ RAM ก็สามารถทำได้ แต่มันจะมีผลดี หรือเสียต่อระบบมากแค่ไหน บทความนี้ผมจะพาทุกคนไปทำความรู้จัก และ Overclock กันแบบคร่าว ๆ ว่ามัน คือ อะไร ด้วยตัวเอง

การ Overclock คือ อะไร

การ Overclock คือ การปรับบแต่งความเร็วของสัญญาณนาฬิกา หรือที่เราเรียกว่า Clock Speed ให้สูงกว่าค่ามาตรฐานที่โรงงานตั้งมาตั้งแต่ตอนผลิต โดยหลายคนมักจะเรียกกันติดปากว่า “OC” นั่นเอง ซึ่งมันจะช่วยให้เราสามารถเพิ่มความเร็วในการประมวลผลของฮาร์ดแวร์ให้สูงขึ้น ลื่นไหลขึ้นได้ โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ หรือเปลี่ยนอุปกรณ์รุ่นใหม่เลยครับ

ทำไมต้อง Overclock

เหตุผลหลัก ๆ ที่คนส่วนใหญ่นิยมการทำ Overclock มีดังนี้

  • เพื่อรีดพลังของอุปกรณ์: เป็นเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฮาร์ดแวร์ให้สามารถทำงานได้เต็มศักยภาพสูงสุดเท่าที่จะทำได้
  • เพิ่มความเร็วในการประมวลผล: ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมที่ทำให้ FPS สูงขึ้น เพิ่มความเร็วในการทำงานกราฟิก ตัดต่อวิดีโอ หรือการทำงานที่ต้องใช้พลังในการคำนวนข้อมูลเยอะ ๆ
  • เพื่อยืดอายุการใช้งานให้คอมพิวเตอร์: เนื่องจากคอมบางเครื่องเป็นรุ่นเก่า แต่ยังรองรับการ Overclock อยู่ หรือเป็นซีพียูกลุ่มรหัสลงท้ายด้วย K หรือ X ก็จะทำให้ช่วยดันประสิทธิภาพ ให้เครื่องเร็วขึ้น และรองรับโปรแกรม หรือเกมใหม่ได้บ้าง โดยไม่ต้องอัปเกรดใหม่ทั้งเครื่อง
Overclock คือ

Overclock เพื่อรีดประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์

มีกี่แบบ

สำหรับการ Overclock นั้น ปัจจุบันสามารถแบ่งออกเป็น 3 รูปแบบหลักด้วยกัน และขึ้นอยู่กับความสะดวกในการปรับแต่งของแต่ละคน คือ

การ Overclock แบบอัตโนมัติ

ในการปรับแต่ง หรือ Overclock แบบอัตโนมัติ ถือว่า คือ วิธีที่ง่าย และปลอดภัยที่สุด ซึ่งเหมาะมากสำหรับมือใหม่ โดยจะใช้เป็นโปรไฟล์ที่โรงงาน หรือผู้ผลิตปรับจูนมาให้ล่วงหน้าแล้ว เช่น

  • การเปิด Intel XMP, AMD EXPO สำหรับปรับความเร็วของ RAM
  • การใช้ Auto-tuning ผ่าน Software Intel Extreme Tuning Utility, AMD Ryzen Master สำหรับปรับแต่งประสิทธิภาพของ CPU
  • การใช้โหมด AI ในการ Overclock ใน BIOS รุ่นใหม่ ๆ เพื่อให้ระบบคำนวณ และปรับไฟเลี้ยง เพื่อเร่งความเร็วฮาร์ดแวร์ให้อัตโนมัติ

การ Overclock แบบปรับแต่งเอง

คือการเข้าไปตั้งค่าทุกอย่างด้วยตัวเองใน BIOS หรือ UEFI หรือผ่านโปรแกรมปรับแต่งเฉพาะทาง ทำให้เราสามารถปรับตัวคูณ (Multiplier), ความเร็วสัญญาณบัส รวมไปถึงควบคคุมแรงดันไฟฟ้า ทีละสะเต็ปได้ ซึ่งวิธีที่จะช่วยรีดประสิทธิภาพออกมาได้สูง แต่ต้องอาศัยความรู้และเชี่ยวชาญ และต้องมีความอดทด เพราะต้องค่อย ๆ ทดสอบไปเรื่อย ๆ เพื่อความเสถียร และที่สำคัญต้องมีชุดระบายความร้อนที่ดีด้วยเช่นกัน

การ Overclock ระดับสูง

หรือที่เรียกว่า Extreme Overclocking ตัวนี้จะเป็นการโอเวอร์คล็อกขั้นสูงแล้ว ส่วนใหจ่จะมุ่งเน้นในการทำคะแนน Benchmark เพื่อทำลายสถิติสูงสุดในกลุ่มนัดทดสอบฮาร์ดแวร์ระดับมืออาชีพ และมักจะใช้ชุดระบายความร้อนที่เย็นแบบสุดขั้ว เช่น การนำ ไนโตรเจนเหลว (Liquid Nitrogen – LN2) หรือ Dry Ice มาใช้เพื่อให้อุณหภูมิลดลงไปติดลบ จึงทำให้สามารถป้อนแรงดันไฟฟ้า และปรับสัญญาณนาฬิกาให้ได้สูงเกิดขีดจำกัดได้ แน่นอนว่าวิธีนี้มีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้ฮาร์ดแวร์มีความเสียหาย จนพังได้เลย

Overclock GPU

การ Overclock มีกี่แบบ

ใช้กับอุปกรณ์อะไรบ้าง

ปกติแล้วเราสามารถ Overclock กับฮาร์ดแวร์ที่สำคัญอยู่ 3 อย่าง นั่น คือ

  • CPU: หรือ Central Processing Unit คือหัวใจหลักในการประมวลผลของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกาก็จะช่วยเพิ่มความเร็วในการประมวลผลชุดคำสั่ง และใช้งานโปรแกรมต่าง ๆ ได้เร็วขึ้น แต่ต้องเป็น CPU ที่มีรหัสลงท้ายด้วย K หรือ X เท่านั้น
  • GPU: Graphics Processing Unit หรือที่เราเรียกกันว่า “การ์ดจอ” นันแหละครับ การ Overclock การ์ดจอ สิ่งที่ต้องโอเวอร์คล็อก ก็สามารถทำได้ทั้ง GPU Core Clock และ Memory Clock เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประมวลผลด้านกราฟิก ช่วยรีด Fram Rate และลดระยะเวลาในการ Render ภาพสามมิติให้ดีขึ้นนั่นเอง
  • RAM: Random Access Memory หรือหน่วยความจำหลักของเครื่อง สิ่งที่สามรถเพิ่มได้คือ ความเร็ว Bus (Frequency) และค่า Timing (CL) เพื่อช่วยให้ระบบสามารถส่งข้อมูลระหว่าง RAM กับ CPU ได้เร็วมากขึ้นได้เช่นกัน

> อ่านบทความ CPU คืออะไร
> อ่านบทความ GPU คืออะไร
> อ่านบทความ RAM คืออะไร

Overclock ทำยังไง

ฮาร์ดแวร์ที่ Overclock ได้

ข้อควรระวังในการ Overclock

ก่อนจะไปรู้จักกับวิธี Overclock เราต้องทราบข้อควรระวังกันก่อน ว่าจะส่งผลยังไงกับคอมพิวเตอร์ของเราบ้าง โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในเบื้องต้นจะมีดังนี้ครับ

  • ทำให้ความร้อนสะสมสูงขึ้น: เพราะว่า หลังจากที่มีการโอเวอร์คล็อกแล้ว ฮาร์ดแวร์ก็จะทำงานหนักมากขึ้น จนทำให้เกิดความร้อนพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจจะสะสมภายในเครื่องจนเกิดความเสียหายได้ ดังนั้นจะเป็นมากที่ต้องใช้ชุดระบายความร้อนที่มีประสิทธิภาพ หรือใช้ระบบชุดน้ำในการระบายความร้อนแทน
  • กินไฟสูงขึ้น: เนื่องจากการ Overclock จำเป็นที่ต้องดันกระแสไฟให้ไปเลี้ยงฮาร์ดแวร์มากขึ้นนั่นเอง สิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการโอเวอร์คล็อก ก็ คือ ต้องใช้ Power Supply Unit ที่มีประสิทธิภาพ และจ่ายไฟได้เสถียร
  • ปัญหาด้านความเสถียรของระบบ: สิ่งที่จะเกิดขึ้นหากมีการปรับแต่งไม่เหมาะสม อาจจะเกิดอาการค้าง เครื่อง Restart หรือดับไปเองขณะใช้งาน หรือเกิดจอฟ้า (BSOD) บ่อย ๆ
  • มีผลต่ออายุการใช้งาน และการรับประกัน: เพราะการใช้กระแสไฟสูงเกินค่ามาตรฐาน อัดเข้าไปที่ฮาร์ดแวร์เป็นเวลานาน อาจส่งผลทำให้ชิปเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ บางครั้งอาจเกิดความเสียหายต่อฮาร์ดแวร์ จนผู้ผลิตบางรายไม่รับประกันจากปัญหาที่เกิดจากการ Overclock ผิดวิธีด้วย
Overclock CPU

ข้อควรระวังในการ Overclock

วิธี Overclock

Overclock ทํายังไง? สำหรับการ Overclock ก็ทำได้ง่าย ๆ เลยครับ แต่ต้องย้ำว่า ควรทำด้วยความระมัดระวัง เพราะหากเกิดปัญหาขึ้นมา จะไม่มีใครรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นแล้ว คน Overclock ต้องรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นเองทั้งหมดครับ เอาล่ะในนี้ผมมีตัวอย่างการโอเวอร์คล็อก ทั้ง CPU, GPU และ RAM ให้ดูเป็นแนวทางกันครับ

Overclock CPU

Overclock CPU ดีไหม? ถ้าซีพียูรองรับ ก็ถือว่าดีครับเพราะจะช่วยให้เราเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ CPU แต่ถ้าอยากรู้ว่า Overclock CPU ทํายังไง? สามารถเข้าไปที่หน้าการตั้งค่าของ BIOS/UEFI จากนั้นค้นหาเมนูการปรับแต่ง เช่น CPU Core Ratio หรือ Multiplier ซึ่งเมนบอร์ดแต่ละรุ่นอาจจะไม่เหมือนกัน > เมื่อถึงหน้าต่างนี้แล้ว ก็ให้ปรับตัวคูณของแต่ละ Core ขึ้นไปทีละสเต็ป อย่างเช่นจาก Ratio Limit 50 ให้เป็น 51 เป็นต้น > เมื่อปรับเสร็จแล้วก็กด F10 เพื่อบันทึกการทำงานและ Restart เครื่องเข้าสู่หน้า Windows

การ์ดจอ

ตัวอย่าง Overclock CPU

เมื่อเข้าสู่ Windows แล้ว ให้ลองทดสอบด้วยการรันโปรแกรมอย่าง Cinebench และดูว่ามีอาการค้าง ทำงานไม่เสถียร หรืออุณหภูมิสูงเกินไปหรือเปล่า ถ้าดีขึ้น ก็ถือว่าสำเร็จในการปรับจูน หลังจากนี้ ก็ลองปรับเพิ่มขึ้นไปอีกสเต็ปก็ได้ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีปัญหาก็แค่ไปปรับลดลง จนกว่าจะมีความเสถียรที่สุดนั่นเอง

ทดสอบการทำงานด้วยโปรแกรม Cinebench

Overclock GPU

Overclock GPU คือ การปรับแต่งความเร็วสัญญาณนาฬิกาของของหน่วยประมวลผลการ์ดจอ สามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยติดตั้งโปรแกรมปรับแต่งยอดนิยมอย่าง MSI Afterburner แล้วเข้าไปเปิดโปรแกรมขึ้นมาได้เลย ในส่วนที่เราจะปรับ จะมีในส่วนของ Clock ซึ่งในนี้ประกอบไปด้วย

  • Mem (MHz) หมายถึง Memory หรือ VRAM ของการ์ดจอ
  • Core (MHz) คือความเร็วสัญญาณนาฬิกาของ Core ประมวลผลของการ์ดจอ

ในการปรับก็ไม่ยากครับ ค่อยๆ ปรับเลื่อนแถบ Core Clock และ Memory Clock ขึ้นทีละนิดครับ โดยอาจจะลองปรับรอบละ +20 ไปถึง +50MHz ก็ส่วนเรื่อง Voltage กับพัดลมระบายความร้อน ปล่อยให้เป็น Auto ไปก่อนได้เลย เสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม Apply หรือ Save เพื่อบันทึกไปก็จบการปรับแต่งแล้วครับ

ตัวอย่างการ Overclock GPU ด้วย MSI Afterburner

เมื่อปรับแต่งแล้ว ก็ทดสอบการใช้งานจริงดู หรือใช้จะลองทดสอบผ่านโปรแกรมอย่าง 3Dmark เพื่อดูว่ามีอาการอะไรผิดปกติหรือไม่ ถ้าไม่มีปัญหา โปรแกรมไม่เด้ง ก็แสดงว่าการปรับจูนทำได้ดีครับ ถ้าต้องการปรับเพิ่มก็เพียงเข้าไปปรับต่อได้ แต่ต้องระวังเรื่องความร้อน และผลเสียต่อการ์ดจอด้วย

ทดสอบหลัง Overclock ด้วยโปรแกรม 3DMark

Overclock RAM

ในส่วนนี้ ถ้าใช้ Intel ให้ไปเปิด XMP (Extreme Memory Profile) แต่ถ้าเป็น AMD ให้เปิด EXPO (Extended Profiles for Overclocking) ในหน้า BIOS ก่อน เมื่อเปิดแล้ว ก็จะมีหน้าเมนูสำหรับการปรับแต่งขึ้นมาให้ จะเลือกเป็นโปรไฟล์ Auto เพื่อให้ระบบเร่งการทำงานตามการใช้งานก็ได้ หรือจะเหลือกตามโปรไฟล์ XMP 1, XPM 2 ก็ได้วิธีนี้จะปลอดภัยต่อฮาร์ดแวร์มากที่สุด

แต่เมื่อไหร่ที่อยากปรับแต่งด้วยตัวเอง ก็ให้เลือกเมนูเป็น Manual แล้วปรับความถี่ของ DRAM Frequency ทีละสเต็ปได้เล่นกัน แต่ต้องปรับค่า Timing และไฟเลี้ยงเพิ่มตามไปด้วย

ตัวอย่างการ Overclock RAM

เมื่อเสร็จแล้วก็เปิดเครื่องเข้าสู่ Windows แล้วเปิดโปรแกรม MemTest86 หรือ TestMem5 เพื่อทดสอบการทำงานดูอีกครั้ง ถ้าไม่มีปัญหาอะไรเลย ก็สามารถใช้งานได้ตามปกติเลยครับครับ

Overclock คือ

ทดสอบการทำงานของ RAM ด้วยโปรแกรม TestMem5

สรุป Overclock คือ อะไร

สรุปแล้ว การ Overclock แปลว่า การเริ่งประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ ด้วยการเพิ่มความเร็วสัญญาณนาฬิกา เพื่อให้สามารถทำงานได้เร็วกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนดมาจากโรงงาน หรือเรียกได้ว่าเป็นการรีดเค้นพลังของฮาร์ดแวร์ให้ทำงานได้เต็มขีดจำกัดนั่นเอง ซึ่งสามารถทำการปรับแต่งได้ทั้ง CPU, GPU และ RAM เช่น การ Overclock CPU คือ การปรับเร่งความเร็วในการประมวลผลให้กับ CPU เป็นต้น

แต่การปรับแต่งต้องทำให้เหมาะสม และสอดคล้องกับการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ด้วย เพื่อสร้างความสมดุลระหว่างความเร็ว ความร้อน และความเสถียร อาจจะต้องค่อย ๆ ปรับไปทีละขั้น พร้อมกับหมั่นทดสอบความเสถียรของระบบควบคู่กันไปด้วย ที่สำคัญต้องเตรียมระบบระบายความร้อน รวมไปถึง Power Supply ที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อความปลอดภัยของระบบโดยรวมนั่นเอง

Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]

ผู้เขียน