Windows มาพร้อมโปรแกรม อัดเสียงในคอม ที่ติดตั้งมาให้พร้อมใช้งาน โดยใน Windows 10 จะใช้ชื่อว่า Voice Recorder ส่วน Windows 11 จะใช้ชื่อว่า Sound Recorder ซึ่งสามารถใช้บันทึกเสียงพูด เสียงร้องเพลง หรือเสียงต่างๆ ผ่านไมโครโฟนภายนอกหรือไมโครโฟนที่ติดตั้งอยู่ในเครื่องได้ทันที
หากต้องการฟังก์ชันการบันทึกเสียงที่ละเอียดและยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อนๆ สามารถใช้งานโปรแกรมฟรีอย่าง Audacity เพื่อบันทึกและแก้ไขเสียงได้อีกด้วย บทความนี้จะพาทุกคนไปรู้จักวิธีอัดเสียงบนคอมพิวเตอร์หรือโน้ตบุ๊ก Windows 8, Windows 10 และ Windows 11 แบบง่าย ๆ ทีละขั้นตอน
วิธี อัดเสียงในคอม แบบง่ายๆ
วิธีบันทึกเสียงใน Windows 11
สำหรับใครที่ใช้ระบบปฏิบัติการเป็น Windows 11 ก็มีวิธีง่ายๆ ในการ อัดเสียงในคอม ทำได้ด้วยขั้นตอนดังนี้
- เตรียมไมโครโฟนให้พร้อม
Laptop ส่วนใหญ่ มักจะมาพร้อมกับไมโครโฟนแบบ Built-in แต่สำหรับใครที่ใช้ คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ ก็อาจจะต้องหาไมโครโฟน Speakerphone หรือ หูฟัง มาเชื่อมต่อกับตัวเครื่องเตรียมไว้ก่อน
เตรียมไมค์ให้พร้อม
- เปิดแอพ Sound Recorder
คลิกที่ Start menu และพิมพ์ในช่อง Search ว่า sound recorder เพื่อหาตัวแอพ
เปิดแอพ Sound Recorder
- เลือก Input Microphone ให้ถูกต้อง
ให้คลิกที่ไอคอนไมโครโฟนบริเวณซ้ายล่างของหน้าต่างแอพ และเลือก Microphone ที่เราต้องการใช้ในการ อัดเสียงในคอม
เลือก Input ให้ถูกต้อง
- เลือกนามสกุลไฟล์เสียงที่ต้องการ
ในค่ามาตรฐาน Default ไฟล์เสียงที่อัดมาได้จะมีนามสกุล .m4a แต่ถ้าต้องการเปลี่ยน ให้คลิกที่ไอคอน จุด 3 จุด บริเวณขวาล่างของหน้าต่าง และเลือก Setting โดยเราสามารถเลือกเปลี่ยนประเภทไฟล์ได้ที่หัวข้อ Recording format ซึ่งก็จะมีให้เลือกมากมาย เช่น .mp3, .wma, .flac หรือ .wav เป็นต้น
เลือกนามสกุลไฟล์เสียงตามต้องการ
- กดปุ่มบันทึกเสียง เพื่อเริ่ม อัดเสียงในคอม
บางกรณี เราอาจต้องกดเลือก Allow Permissions ในการใช้ไมโครโฟน ถ้าไม่เคยตั้งค่าไว้
กดปุ่มบันทึกเสียง
- อัดเสียงที่ต้องการได้เลย
ขณะพูดหรืออัดเสียงอื่นๆ เราจะเห็นกราฟเสียงเด้งขึ้นตามจังหวะ ถ้าต้องการหยุดหรือ Pause ชั่วคราว ให้กดปุ่ม Pause (ปุ่มที่มีเส้นแนวตั้ง 2 เส้น) ถ้าต้องการปักหมุดบางช่วงเวลาที่อัด สามารถกดไอคอน Mark ได้ที่บริเวณขวาล่าง
บันทึกเสียงตามต้องการ
- กดปุ่ม Stop เมื่อเสร็จสิ้น
ปุ่ม Stop จะมีลักษณะเป็นปุ่มวงกลมสีแดง ตรงกลางมีสีเหลี่ยมสีขาวเล็กๆ เมื่อกดแล้ว ไฟล์เสียงที่บันทึกจะถูก List ไว้ที่บริเวณ Panel ด้านซ้ายของหน้าต่างโปรแกรม
กดปุ่ม Stop เมื่อเสร็จสิ้น
- กดปุ่ม Play เพื่อทดลองฟัง
เราสามารถทดลองฟังผลลัพธ์ที่อัดไว้ ได้ด้วยการกดปุ่มวงกลมที่มีสามเหลี่ยมเล็กๆ ตรงกลาง โดยเสียงที่บันทึกไว้ จะถูกเล่นผ่านลำโพง หรือหูฟัง ที่เชื่อมต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์เราไว้
กดปุ่ม Play เพื่อลองฟัง
- จัดการไฟล์ที่เสร็จสิ้น
เมื่อเราอัดไฟล์เสียงไปเรื่อยๆ ไฟล์ต่างๆ ที่เสร็จสิ้นก็จะปรากฏที่ Panel ทางซ้าย เราสามารถคลิกขวาเลือกไฟล์ต่างๆ และเลือกคำสั่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการ Share, Delete, Rename หรือ Open file location เป็นอันเสร็จสิ้นการ อัดเสียงในคอม นอกจากนี้ เรายังสามารถเลือก Import ไฟล์เสียงเข้ามาในแอพนี้ได้ด้วย โดยการคลิกที่ปุ่ม + Import file บริเวณซ้ายบนของหน้าต่าง และเลือกไฟล์เสียงที่ต้องการ
บริหารจัดการไฟล์เสียง
วิธีบันทึกเสียงใน Windows 10
สำหรับใครที่ใช้ Windows 10 ก็สามารถ อัดเสียงในคอม ได้ง่ายๆ ด้วยวิธีดังนี้
- เตรียมไมโครโฟนให้พร้อม
แลปทอปส่วนใหญ่มักจะมาพร้อมกับไมโครโฟน Built-in อยู่แล้ว แต่ถ้าใครใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโ๖๊ะ ก็ให้เตรียมเชื่อมต่อไมค์ หรือ Headset ไว้ด้วย โดยเช็คให้แน่นอนว่าการเชื่อมต่อสมบูรณ์
เตรียมไมโครโฟนให้พร้อม
- เปิดแอพ Voice Recorder
Voice Recorder เป็นโปรแกรมสำหรับ อัดเสียงในคอม ที่มาพร้อมกับวินโดว์ 10 โดยเราสามารถเปิดได้ง่ายๆ โดยการกดปุ่ม Start และพิมพ์ว่า voice recorder ลงในช่อง Search
เปิด Voice Recorder
- คลิกที่ปลุ่มไมโครโฟน เพื่อเริ่มบันทึกเสียง
ปุ่มมีลักษณะเป็นวงกลม รูปไมโครโฟนขนาดใหญ่ อยู่บริเวณซ้ายล่าง กดได้เลย หรือจะกด Ctrl + R บนคีย์บอร์ดก็ได้
กดปุ่มบันทึกเสียง
- บันทึกเสียงตามต้องการ
ในขณะที่บันทึกเสียงหรือ อัดเสียงในคอม จะมีระยะเวลาปรากฏที่ด้านบนของหน้าต่าง เราสามารถกดปุ่ม Pause (ขีดแนวตั้ง 2 ขีด) ได้ตามต้องการ หรือปักหมุดระยะเวลาที่ต้องการด้วยปุ่มรูปธง
บันทึกเสียงตามต้องการ
- คลิกปุ่ม Stop เมื่อบันทึกเสร็จ
เป็นปุ่มวงกลมขนาดใหญ่ มีสี่เหลี่ยมเล็กๆ ภายใน โดยไฟล์ที่เราบันทึก จะถูกเก็บในโฟลเดอร์ Documents > Sound recordings
กดปุ่ม Stop เมื่อเสร็จสิ้น
- กดปุ่ม Play เพื่อทดลองฟัง
มีลักษณะเป็นปุ่มวงกลม ตรงกลางมีสามเหลี่ยม อยู่ตรงกลาง โดยมันจะทำการเล่นเสียงที่เราบันทึกไว้ให้ฟังอีกรอบ ถ้าเราไม่ได้ยินเสียงอะไร ให้เมคชัวร์ว่าคอมเราเปิดเสียงอยู่ หรือมีลำโพง, หูฟัง ที่ใช้งานได้ หรือลองเช็คสาเหตุ คอมไม่มีเสียง ดู
กดปุ่ม Play เพื่อลองฟังเสียงที่อัดได้
- ตัดหรือ Trim ไฟล์เสียงได้ ถ้าต้องการ
ปุ่มที่ 2 ด้านล่าง จะเป็นปุ่มสำหรับ Trim เพื่อกำหนดจุดเริ่ม และจุดสิ้นสุดของไฟล์เสียงตามต้องการ จากนั้นคลิกไอคอน Save ได้เลย
Trim ไฟล์เสียง
- บริหารจัดการไฟล์เสียงตามต้องการ
ไฟล์เสียงที่อัดเสร็จ จะปรากฏที่ Panel ด้านซ้าย เราสามารถคลิกขวาที่ไฟล์ไหนก็ได้ เพื่อทำการ Share, Rename, Delete หรือ Open file location แนะนำว่าควรจะเปลี่ยนชื่อไฟล์ที่อัดเสียงทุกครั้ง เพื่อให้จำได้ว่าไฟล์ไหนเป็นไฟล์ไหน
ปุ่มถังขยะ ใช้สำหรับลบไฟล์ที่ไม่ต้องการ
วิธีบันทึกเสียงใน Windows 8.1
สำหรับใครที่ยังใช้วินโดว์เวอร์ชั่นเก่าอย่าง Winodws 8.1 ก็สามารถ อัดเสียงในคอม ได้ด้วยวิธีนี้
- เตรียมไมโครโฟนให้พร้อม
Notebook ส่วนใหญ่มักจะมีไมค์ Built-in อยู่แล้ว แต่สำหรับใครที่ใช้ Desktop PC ให้เช็คว่ามีไมโครโฟน หรือชุดหูฟังที่มีไมค์ เชื่อมต่อเรียบร้อย ถูกต้อง แล้วหรือยัง
เช็คไมค์ให้พร้อม
- เปิดโปรแกรม Sound Recorder
วิธีที่ง่ายที่สุด คือกดปุ่ม Start และพิมพ์ว่า sound recorder ลงช่อง Search จากนั้นคลิกเปิดโปรแกรมได้เลย
เข้าแอพ Sound Recorder
- กดปุ่มไมค์สีแดง เพื่อ อัดเสียงในคอม
เปิดปุ่มสีแดงใหญ่ๆ ตรงกลางเป็นไอคอนไมโครโฟน เมื่อเรากด เวลาก็จะวิ่งไปตามระยะเวลาที่เราบันทึกเสียง
กดปุ่มบันทึกเสียงได้เลย
- บันทึกเสียงได้ตามต้องการเลย
จะมีแถบสีเขียวขยับไปมา แสดงถึงเสียงที่กำลังถูกบันทึก ถ้าต้องการ Pause ให้กดปุ่มที่เป็นขีดแนวตั้ง 2 ขีดได้เลย
บันทึกเสียงที่ต้องการ
- คลิกปุ่ม Stop เมื่อเสร็จสิ้น
เป็นปุ่มวงกลมสีแดงใหญ่ๆ ตรงกลางมีสี่เหลี่ยมเล็กๆ
กดปุ่ม Stop เมื่อเสร็จ
- กดปุ่ม Play เพื่อทดลองฟัง
เป็นปุ่มวงกลม ตรงกลางมีสามเหลี่ยม ถ้าเราไม่ได้ยินอะไร ให้เช็คดู Volume เสียงในคอมว่าเปิดอยู่ไหม และถ้าเราไม่ต้องการไฟล์นี้ ให้กดตัวเลือก Delete ที่อญู่ด้านใต้ได้เลย
กดปุ่ม Play เพื่อทดลองฟัง
- Trim ไฟล์เสียงได้ ถ้าต้องการ
กดปุ่ม Trim เป็นปุ่มแรกสุด และใช้ Slider เพื่อกำหนดช่วงเวลาที่เราต้องการตัดออก และเก็บไว้
Trim ไฟล์ได้ตามต้องการ
- กดปุ่ม Rename เปลี่ยนชื่อไฟล์
เราสามารถกดปุ่ม Rename และพิมพ์ชื่อที่เราต้องการตั้งใหม่ลงไป ช่วยให้เราจัดการไฟล์ได้สะดวกขึ้น เป็นอันเสร็จสิ้น วิธี อัดเสียงในคอม
Rename เพื่อเปลี่ยนชื่อ
บันทึกเสียงด้วยโปรแกรม Third-Party
สำหรับใครที่ไม่อยากใช้ฟีเจอร์ฟรี ที่มาจากวินโดว์แต่แรก ก็สามารถ อัดเสียงในคอม ได้ด้วยโปรแกรมเฉพาะทาง ที่โหลดได้ฟรีๆ วิธีคือ
- หาโปรแกรมบันทึกเสียงที่ต้องการ
ปัจจุบัน มีโปรแกรม อัดเสียงในคอม ทั้งแบบฟรี และแบบต้องเสียเงิน ให้เลือกใช้มากมาย ให้เราเลือกแอพที่ชอบได้เลย เช่น Audacity ก็เป็นแอพที่น่าสนใจ
ดาวน์โหลดโปรแกรมที่ต้องการ
- เลือกโทนเสียงและความเร็วตามต้องการ
โปรแกรม Third-party ส่วนใหญ่ มักจะมีฟังก์ชั่นเสริม ให้เราสามารถปรับเสียงที่บันทึกได้อย่างอิสระ เราสามารถปรับความเร็วของไฟล์เสียง หรือเพิ่มโทนเสียงให้สูงต่ำจากเดิมก็ทำได้
ปรับแต่งเสียงตามต้องการ
- เลือกคุณภาพเสียงที่บันทึก
โปรแกรมระดับสูง สามารถปรับคุณภาพหรือ Quality ได้ตามต้องการ เหมาะสำหรับใครที่ต้องการบันทึกเสียงแบบคุณภาพสูง ด้วยไมโครโฟนแบบ High Quality
เลือก Quality เสียงที่ต้องการ
- ยกระดับการบันทึกเสียงขึ้นอีก
บันทึกเสียงตัวเอง เป็นสเตปแรกสุดในการเริ่มต้นสู่วงการดนตรี เราสามารถเริ่มต้นใช้โปรแกรมฟรีง่ายๆ เพื่อเริ่มต้นฝึกฝน
ฝึกฝนบันทึกเสียงบ่อยๆ
สรุปวิธี อัดเสียงในคอม
การ อัดเสียงในคอม สามารถทำได้ง่ายๆ โดยถ้าใครใช้ Windows 11 สามารถใช้ฟีเจอร์ Sound Recorder ส่วนถ้าใครใช้ Windows 10 หรือ 8.1 สามารถใช้ฟีเจอร์ Voice Recorder ได้ แต่ถ้าใครไม่อยากใช้แอพฟรีจากวินโดว์ ก็สามารถโหลดโปรแกรมมือที่ 3 หรือ Third-Party มาใช้บันทึกเสียงได้เช่นกันครับ
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
ผู้เขียน
Unnote
อดีตสถาปนิกและนักศึกษาจบปริญญาโทสาขาอสังหาริมทรัพย์ ผันตัวมาคลุกคลีในวงการไอที เพื่อเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
