ผมเชื่อว่าหลายคนคงต้องใช้โน๊ตบุ๊คในการทำงาน พกไปเรียน หรือเล่นกมกันอยู่บ้าง และเคยเจอปัญหาที่ชวนปวดหัวอย่าง โน๊ตบุ๊คร้อน กันอย่างแน่นอน พิมพ์งาน หรือเล่นเกมอยู่ดี ๆ สักพักเริ่มมีอาการหน่วง หรือกระตุก และที่หนักไปกว่านั้นคือ เล่นเกมอยู่แล้วเครื่องดับไปเลย
ปัญหาแล็ปท็อปร้อน ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ ที่จะปล่อยผ่านไป เพื่อความร้อนคือศัตรูตัวฉกาจของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดเลยก็ว่าได้ หากเราปล่อยให้โน้ตบุ๊คเกิดความร้อนสะสมมาก ๆ ก็จะมีปัญหาด้านประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และทำให้อายุของฮาร์ดแวร์ภายในสั้นลงอย่างรวดเร็วอีกด้วย แต่ปัญหาเหล่านี้จะลดลงได้ หากดูแล และป้องกันได้อย่างถูกวิธี
ปัจจัยโดยรวมที่ทำให้ โน๊ตบุ๊คร้อน มีอะไรบ้าง
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีแก้ไขต่าง ๆ เราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า สาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้โน๊ตบุ๊คของเรามีความร้อนสูงขึ้นนั้น เกิดจากอะไรกันแน่ ซึ่งปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ โน๊ตบุ๊คร้อน ก็แบ่งเป็น 3 ส่วน ดังนี้ครับ
ปัจจัยด้านฮาร์ดแวร์ (Hardware)
โน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่ ถูกออกแบบมาให้ตัวเครื่องมีขนาดเล็ก และบาง ทำให้ต้องย่อส่วนชุดระบายความร้อนลง ดังนั้น หากดูแลไม่ดี ก็อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้ เช่น
- ระบบระบายความร้อนมีปัญหา: เนื่องมาจากฝุ่นเกาะหนาแน่นที่ฮีทซิงค์ (Heatsink) หรือพัดลมระบายความร้อน ทำให้ชุดระบายความร้อนทำงานได้ไม่เต็มที่ หรืออีกอย่างหนึ่งซิลิโคนระบายความร้อน (Thermal Paste) แห้ง หรือเสื่อมสภาพ จนทำให้ความร้อนที่ชิปอย่าง CPU/GPU ระบายออกไปได้ไม่ไหมด
- แบตเตอรี่เสื่อมสภาพ: สาเหตุบางครั้ง ก็ไม่ได้มาจากชิปประมวลผลอย่างเดียว แต่มันอาจจะมาจากแบตเตอรี่ที่เสื่อมสภาพ ซึ่งเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้โน๊ตบุ๊คร้อนข้างเดียว จากด้านที่มีแบตเตอรี่ติดตั้งอยู่นั่นเอง
ปัจจัยด้านซอฟต์แวร์และการใช้งาน (Software & Usage)
ซอฟต์แวร์ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้โน๊ตบุ๊คร้อนได้ หากระบบระบายความร้อนไม่ดี ก็อาจทำให้เครื่องดับกลางอากาศได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น
- ประมวลผลหนักเกินไป: การเปิดใช้งานหลายโปรแกรมพร้อมกัน, ตัดต่อวิดีโอ ทำงานเฉพาะทางที่ประมวลผลสูง โดยเฉพาะการเล่น่เกมการเปิดโปรแกรมหลายๆ ตัวพร้อมกัน การเรนเดอร์วิดีโอ 4K หรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งโน๊ตบุ๊คร้อนเวลาเล่นเกมที่มีกราฟิกสูงๆ จะทำให้ CPU และ GPU ทำงานหนักมาก กินไฟสูงขึ้น จนปล่อยความร้อนสูงออกมาเยอะมาก ทำให้โน๊ตบุ๊คร้อนเร็วกว่าการใช้งานทั่วไปนั่นเอง
- ไวรัส และมัลแวร์: ถือว่าเป็นภัยเงียบที่คาดไม่ถึง เพราะมันสามารถติดเข้ามาผ่านการดาวน์โหลดไฟล์ หรือใช้งานเว็บไซต์ได้ด้วย อีกทั้งบางคนชอบเสียบ USB Flash Drive ที่มาจากแหล่งต่าง ๆ บ่อย ๆ สิ่งนี้ก็อาจทำให้ตัวเครื่องติดไวรัส หรือมัลแวร์ได้ และมันจะแอบกินทรัพยากรของเครื่อง และทำงานอยู่เบื้องหลัง ทำให้ตัวเครื่องร้อนขึ้นมาตลอดเวลา แม้ไม่ได้เปิดใช้งานโปรแกรมใด ๆ เลย
ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อม (Environment)
ด้วยการออกแบบตัวเครื่องให้มีความบาง และขนาดเล็ก ทำให้ชุดระบายความร้อนมีขนาดเล็กลงด้วย จึงไม่แปลกที่ตัวเครื่องจะมีความร้อนสูงกว่าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ แต่สิ่งที่มักทำให้ความร้อนสูงผิดปกติก็คือสภาพแวดล้อม และการวางที่ไม่ถูกต้อง เช่น
- วางเครื่องผิดวิธี: หลายคนใช้งานผิด โดยการว่างไว้บนพื้นที่ไม่เรียบ เนื่องจากโน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่จะมีพัดลมดูด และระบายอากาศติดตั้งอยู่ หากโน๊ตบุ๊คไปวางบนเตียงนอน หมอน หรือโซฟานุ่มๆ วัสดุเหล่านี้จะไปปิดทับช่องระบายอากาศด้านล่าง และด้านข้างของเครื่อง ทำให้ดูด และเป่าลมร้อนออกไปไม่ได้ทำ
- อุณหภูมิห้อง: การใช้งานในห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ หรือใช้งานในวันที่อากาศร้อนจัด ย่อมส่งผลทำให้อุณหภูมิตัวเครื่องสูงกว่าปกติได้ สิ่งที่ควรทำคือ ใช้งานในห้องที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก หรือติดตั้งพัดลม Cooling Pad จะช่วยเพิ่มให้การระบายความร้อนได้ดีขึ้น
ปัจจัยที่ทำให้โน๊ตบุ๊คร้อน
โน๊ตบุ๊คร้อนแบบไหนถึงอันตราย
แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าอุณหภูมิระดับไหนถึงจะปลอดภัย และความร้อนสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าอันตรายจนต้องรีบหาทางแก้ไข? โดยปกติแล้ว อุณหภูมิของโน๊ตบุ๊คขณะใช้งานทั่วไป เช่น พิมพ์งาน, ใช้อินเทอร์เน็ตเสพคอนเทนต์ หรือดู Youtube ความร้อนควรจะอยู่ที่ 40 – 60 องศาเซลเซียส
แต่ถ้าหากเครื่องมีการประมวลผลที่หนักขึ้น เช่น ตอนเล่นเกม หรือทำงานตัดต่อ ความร้อนก็อาจจะสูงขึ้นไปแตะ 70 – 85 องศาเซลเซียสกันเลย แต่ความร้อนระดับนี้ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติครับ เพราะยังไงโน้ตบุ๊คก็จะร้อนกว่าคอมตั้งโต๊ะอยู่แล้ว ด้วยข้อจำกัดของตัวเครื่องที่ต้องออกแบบให้มีความบางนั่นเอง
โน๊ตบุ๊คร้อน ถึงขั้นอันตราย
แต่เมื่อไหร่ที่พบสัญญาณเตือนเหล่านี้ แสดงว่าถึงขั้นอันตรายแล้ว และควรรีบหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด
- เครื่องกระตุก และช้าลงอย่างเห็นได้ชัด: สิ่งที่ทำให้เครื่องกระตุกหนักขึ้นแม้จะทำงานเหมือนเดิม นั่นเกิดจากระบบป้องกันตัวเองของคอมพิวเตอร์ เมื่อมีความร้อนสูงเกินลิมิตที่ CPU จะรับไหว ระบบก็จะลดการทำงานลงอย่างรวดเร็ว เพื่อควบคุมความร้อนนั่นเอง ถ้าเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวไม่เป็นไร แต่ถ้าเกิดขึ้นบ่อยนั่นคือสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบหาทางแก้ไขด่วนก่อนที่เครื่องจดพังอย่างถาวร
- โน๊ตบุ๊คร้อน 90 องศาขึ้นไป: เมื่อใช้อุปกรณ์ หรือโปรแกรมสำหรับวัดอุณภูมิอย่าง HWMonitor หรือ Core Temp แล้วพบว่ามีตัวเลขสูงทะลุ 90 – 100 องศาเซลเซียส แบบนี้ถือว่าอันตราย เพราะความร้อนสูงระดับนี้สามาระทำให้ซิลิโคนละลาย หรือแพงวงจรภายในเสื่อมสภาพเร็วขึ้น อายุการใช้งานโน้ตบุ๊คก็จะสั้นลงตามไปด้วย
- พัดลมโน๊ตบุ๊คเสียงดังมากกว่าปกติ: เมื่อความร้อนสูงมาก ๆ เมนบอร์ดจะสั่งให้พัดลมหมุนด้วยความเร็วสูงสุด เพื่อเร่งระบายความร้อน จนทำให้พัดลมมีเสียงดังเหมือนเครื่องบินเจ็ทตลอดเวลา หากเป็นตอนเล่นเกม หรือเรนเดอร์งานก็อาจจะมีเสียงดัง ถือว่าปกติ แต่เมื่อไหร่ที่พัดลมมีเสียงดังอยู่ตลอดเวลา แม้จะเปิดเครื่องไว้เฉย ๆ หรือเปิดงานเบาๆ นั่นถือว่าผิดปกติครับ
- โน๊ตบุ๊คร้อนจนดับ: อันนี้อันตรายมากครบ หากใช้งานโน๊ตบุ๊คแล้วเครื่องดับเองบ่อย หรือดับกลางอากาศในขณะใช้งาน เนื่องจากฮาร์ดแวร์ร้อนถึงขีดสุด ทำให้ฮาร์ดแวร์ตัดไฟ และดับเครื่องทันที เพื่อป้องกันการช็อต หรือเกิดความเสียหายจนชิปไหม้นั่นเอง
- โน๊ตบุ๊คร้อนเปิดไม่ติด: สืบเนื่องจากเครื่องร้อนจนดับ หากเครื่องดับไปเพราะความร้อน แล้วพยายามเปิดเครื่องใหม่อีกครับ แต่เปิดไม่ติด ยังไม่ต้องตกใจ เพราะนั้นแสดงว่าความร้อนยังระบายออกไม่ถึงเกณฑ์ปลอดภัย เซนเซอร์ยังจับความร้อนได้สูงได้อยู่ ต้องรอให้เครื่องเย็นลงสักพักแล้วค่อยเปิดใหม่ แต่ถ้าปล่อยไว้จนเย็นแล้ว เครื่องเปิดไม่ติดอีกเลย นั่นแสดงว่าชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์ภายในเกิดความเสียหาย หรือซ็อตไปแล้วแน่นอน
สาเหตุ และวิธีแก้ไขโน๊ตบุ๊คร้อนเบื้องต้น
ต่อมา เรามาดูสาเหตุ และวิธีแก้ไขโน๊ตบุ๊คร้อน ในเบื้องต้นกันครับ หากท่านใดกำลังปวดหัวไม่รู้ว่าโน๊ตบุ๊คร้อนแก้ยังไง ลองทำตามวิธีแก้ไขเบื้องต้นดังต่อไปนี้ดูก่อนได้ ซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องแกะเครื่องให้เสี่ยงต่อหมดประกัน และนี่คือสาเหตุ และวิธีแก้โน๊ตบุ๊คร้อนที่ผมรวมมาให้ครับ
วางเครื่องบนพื้นผิวที่ไม่เหมาะสม
เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นบ่อยมาก สำหรับคนที่ชอบทำงานบนที่นอน บนหมอน ผ้าห่ม หรือชอบวางเครื่องไว้บนโซฟาที่เป็นผ้า นอกจากจะทำให้เครื่องเกิดความร้อนสะสมจากการระบายอากาศไม่ดีแล้ว ยังมีโอกาศที่เส้นใยจากผ้าเข้าไปอุดตันช่องลมใต้เครื่องได้เช่นกัน
วิธีแก้ไข: ง่ายมากเลยครับ แค่นำโน๊ตบุ๊คไปวางบนโต๊ะทำงาน หรือบนพื้นเรียบ แข็ง หรือใช้ Cooling Pad, แทนวางโลหะ แค่นี้ก็จะช่วยลดความร้อนได้แล้ว แต่ถ้าท่านใดที่ต้องทำงานบนเตียงนอนจริง ๆ ก็ลองหาแผ่นพลาสติก หรือหนังสือมาวางรองพื้นโน๊ตบุ๊คก็ได้ แค่ไม่ให้ปิดช่องดูดอากาศใต้เครื่องเท่านั้น
ใช้ Laptop Stand หรือวางบนพื้นเรียบขณะใช้งานบนที่นอน
มีฝุ่นอุดตันช่องระบายความร้อน
ฝุ่น คือตัวการที่ชอบทำให้โน๊ตบุ๊คร้อน เนื่องจากฝุ่นจะถูกดูดเข้าไปในช่องระบายความร้อน เมื่อสะสมมาก ๆ ก็ทำให้อุดตัน หรือไปเกาะตามพัดลม และฮีตซิงค์ ทำให้ระบายความร้อนได้ไม่ดี เพราะมันอุดตันทั้ง ช่องลมเย็นใต้เครื่อง และช่องระบายลมร้อนหลังเครื่องนั่นเอง
ใช้แปรง และลูกยางเป่าลมทำความสะอาด
วิธีแก้ไข: วิธีนี้เราจะไม่แกะเครื่องครับ ให้เพื่อนๆ ปิดเครื่องให้สนิท และถอดปลั๊กที่ชาร์จออกให้เรียบร้อย จากนั้นหาแปลงสีฟันเก่า ที่ไม่เปียกน้ำ มาขัดถูที่ช่องดูดอากาศใต้เครื่อง และใช้ลูกยางเป่าลม ที่นิยมไว้ใช้สำหรับเป่าเลนส์กล้อง มาเป่าฝุ่นออกให้หมด แนะนำให้ทำทุกด้านที่มีช่องระบายความร้อน
แต่ห้ามใช้ไดรเป่าผมลมร้อนมาเป่าเข้าไปโดยเด็ดขาด เพราะความร้อนจะสร้างความเสียหายให้กับฮาร์ดแวร์ภายในได้ และที่สำคัญห้ามใช้เครื่องเป่าลมแรงดันสูง หรือ Air Blower มาจ่อที่ช่องพัดลมโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้พัดลมหมุนแรก แนะเกิดแรงดันไฟฟ้าตีกลับไปที่เมนบอร์ดได้ หากต้องการใช้จริง ๆ ต้องแกะฝาเครื่อง ถอด Connector ของพัดลมออกก่อน
การตั้งค่าพลังงานเป็น High Performance จนเครื่องทำงานหนักตลอดเวลา
ใช่แล้วครับ ในระบบ Windows OS เอง จะมีโหมดให้ปรับ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานซึ่งจะมีโหมด High Performance ที่จะบังคับให้ CPU วิ่งด้วยความเร็วสูงสุดตลอดเวลา สิ่งนี้จำทำให้เครื่องร้อนเร็วมาก แม้ยังไม่ได้ใช้งานอะไรหนัก เนื่องจากเมนบอร์ดป้อนกำลังไฟให้กับ CPU สูงตลอดเวลานั่นเองครับ
วิธีแก้ไข: สามารถเข้าไปปรับเปลี่ยน Power Plan ได้ทันที โดยเข้าไปที่ Settings (กด Windows + I) > คลิกเลือก System > เลือก Power & Battery ที่ฝั่งขวามือ
คลิก System > Power & Battery
ในส่วนของ Power Mode ให้เลือกเป็น Balanced เพื่อให้ระบบจัดการพลังงาน และประสิทธิภาพแบบอัตโนมัติ เช่นใช้งานน้อย ก็จะกินไฟต่ำลง หากใชโปรแกรมที่ต้องการประสิทธิภาพ ระบบก็จะเร่งการทำงานให้เอง
ปรับ Power Mode เป็น Balanced
สาเหตุ: มีโปรแกรมแอบทำงานอยู่เบื้องหลัง
สาเหตุที่ทำให้เรื่องร้อน และเครื่องช้า อาจจะมาจากโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลังเยอะเกินไป เช่น การเปิด Google Chrome ไว้หลายสิบแท็บ หรือมีโปรแกรมรันอยู่เบื้องหลังโดยที่เราไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านี้ย่อมกินทรัพยากรของเครื่อง ทำให้เครื่องทำงานหนักขึ้นโดยเปล่าประโยชน์
วิธีแก้ไข: เพื่อตรวจสอบโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง ให้กดปุ่ม Ctrl + Shift + Esc บนคีย์บอร์ด เพื่อเปิด Task Manager ขึ้นมา คลิกที่เมนู Processes จากนั้นดูในแถบ CPU และ Memory หากพบว่ามีโปรแกรมไหนที่เราไม่ได้ใช้งานโผลขึ้นมา และกินเปอร์เซ็นสูง ๆ จนผิดสังเกต ให้ทำการคลิกขวาแล้วเลือก End task ไปได้เลย *แต่ระวังอย่าไปปิดโปรแกรมของระบบ เพราะจะให้เครื่องทำงานผิดพลาดได้
ตรวจสอบโปรแกรมที่ทำงานอยู่เบื้องหลับใน Task Manager
ใช้งานหนักต่อเนื่องยาวนานเกินไป
บางคนเปิดเครื่อง ให้โน๊ตบุ๊คทำงานตลอดเวลา โดยไม่ได้พักเลย เช่นการเล่นเกม หากใช้ติดต่อกันนานทั้งวัน 6-8 ชั่วโดมง ก็อาจจะทำให้เกิดความร้อนสะสม จนแผ่ออกมาที่บอดีของเครื่อง และเกิดผลเสียกับฮาร์ดแวร์ภายใน นอกจากนี้ยังทำให้เสื่อมสภาพเร็วขึ้นอีกด้วย
วิธีแก้ไข: ถ้าหากใช้งานเครื่องหนัก และนานหลายชั่วโมง จนรู้สึกว่าบอดี้เครื่องร้อนมากจนแผ่มาที่คีย์บอร์ดแล้ว สิ่งที่ควรทำก็ง่ายมากเลย เพียงแค่ปิดเครื่องให้สนิท ถอดสายชาร์จออก จากนั้นพักเครื่องทิ้งไว้สัก 15 – 30 นาที เพื่อให้ตัวเครื่องระบายความร้อนออกจนหมดแล้วค่อยกลับมาเปิดใช้งานใหม่อีกครั้ง
เพราะว่าโน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่จะเน้นพกพาเพื่อความสะดวก ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เน้นใช้งานหนักต่อเนื่องยาวนาน และข้อจำกัดของบอดี้เครื่องมีความบาง และเล็กมาก ฮาร์ดแวร์ทุกอย่างถูกอัดแน่นรวมอยู่ด้วยกัน การระบายความร้อนย่อมสู้ฝั่งคอมตั้งโต๊ะไม่ได้อยู่แล้ว การดูแลรักษาจึงเป็นสิ่งที่ควรทำมากครับ
ปิด และพักเครื่องให้เย็นลง
วิธีป้องกันไม่ให้โน๊ตบุ๊คร้อน
เอาหละครับ ไหนก็ก็ซื้อเครื่องมาใช้งานแล้ว ก็ควรจะดูแลรักษา และควรป้องกันไว้ดีกว่าแก้ทีหลัง ถ้าใช้งานอย่างถูกวิธี ปัญหาความร้อนที่เป็นอันตรายกับโน๊ตบุ๊คของเราก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากสะเสื่อมสภาพจริง ๆ แต่วิธีต่อไปนี้จะช่วยยืดอายุของโน้ตบุ๊คให้ใช้งานในระยะยาวได้ครับ
ใช้แท่นวางระบายความร้อน
Cooling Pad ถือว่าเป็นไอเทมที่ควรมีติดบ้าน หรือโต๊ะทำงานไว้เลยครับ เพราะว่าที่ตัวแท่น จะมีพัดลมช่วยเป่าไปที่เครื่อง ทำให้อากาศ Flow มากขึ้น และช่วยลดอุณหภูมิลงได้ 2 – 5 องศาได้เลย ที่ทำคัญยังช่วยจกคีย์บอร์ดให้เข้ามุมกับข้อมือตามสิรีระ (Ergonomic) ด้วย ทำให้พิมพ์งานได้สบายมากขึ้นด้วยนะ
ยกฐานเครื่องให้สูงขึ้น
การยกฐานหรือใต้เครื่องให้สูงขึ้น จะช่วยให้อาการถ่ายเทได้ดี เพราะโน๊ตบุ๊คโดยส่วนมากแล้วจะมีช่องดูดอากาศเข้าที่ใต้เครื่อง และเป่าออกไปทางด้านหลัง หากใช้พวก Laptop Stand Stand หรือแท่นวางโน๊ตบุ๊คแบบโครงอลูมิเนียม จะช่วยยกตัวเครื่องให้ลอยสูงขึ้นได้เช่นกัน ที่สำคัญยังพกพาง่าย ติดกระเป๋าไปได้ทุกที่ด้วย
ใช้งานในห้องที่อากาศถ่ายเท
สิ่งที่สำคัญควรใช้งานในห้องที่มีลมเย็นสบาย หรือใช้งานในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ หากใช้งานหนักอย่างตัดต่อวิดีโอ เรนเดอร์งาน 3D และเล่นเกม เพราะการทำงานเหล่านี้จะรีดประสิทธิภาพของเครื่องออกมา และกินไฟมากขึ้น ทำให้ชิปปล่อยความร้อนแพ่ออกมามากตามไปด้วยนั่นเอง
อัปเดตระบบปฏิบัติการและสแกนไวรัสอยู่เสมอ
เพราะการอัปเดต Windows หรือ macOS รวมถึง Driver ต่าง ๆ ให้ใหม่อยู่เสมอ จะช่วยให้การทำงานของเครื่องดีขึ้น และมีประสิทธิภาพมากเท่าที่ควรจะเป็น และที่สำคัญที่ควรทำอย่างยิ่ง คือการแสดนไวรัส และมัลแวร์เป็นประจำ เพื่อช่วยป้องกันสิ่งแปลกปลอมที่จะเข้ามาดักจับข้อมูลสำคัญ และสร้างภาระให้กับเครื่อง จนทำให้เครื่องร้อนขึ้นมากกว่าปกติ
ทำความสะอาดภายใน
หากโน๊ตบุ๊คใช้งานมานานแล้ว หรือบางเครื่องอาจจะหมดประกันไปแล้ว ควรจะแกะฝาหลังออกมา เพื่อทำความสะอาดชุดใหญ่ให้กับฮาร์ดแวร์ภายใน เพราะการใช้งานมานาน มักจะมีฝุ่นสะสมเยอะ ฝุ่นเหล่านี้จะอุดตัดช่องระบายอากาศต่าง ๆ และสร้างความเสียหายให้กับเครื่องได้ หากมีความชื้นสะสม อีกอย่าง หากตัวเครื่องใช้งานมานานกว่า 2 – 3 ปีแล้ว ควรจะมีการเปลี่ยนซิลิโคให้กับชิปภายในอย่าง CPU, GPU ด้วย เพราะจะซิลิโคนเหล่านี้จะมีการเสื่อมสะภาพ หรือแห้งไปเรื่อย ๆ ยิ่งเครื่องที่ใช้งานหนัก ความร้อนสูงตลอดเวลาซิลิโคนอาจจะเสื่อมเร็วกว่าปกติ
แต่การทำแบบนี้ต้องใช้เครื่องมือในการแกะ และต้องมีควาวรู้ และเชียวชาญในการแกะเครื่องด้วย อาจจะให้ช่าง หรือฝ่าย IT ของบริษัททำให้จะดีกว่า หรือหากเป็นเครื่องส่วนตัวใช้งานที่บ้าน อยากทำความสะอาดแบบนี้อาจจะต้องเข้าร้านคอม หรือศูนย์บริการจัดการให้ก็ได้ อาจจะมีค่าบริการหลักร้อย แต่ปลอดภัยแน่นอนครับ
สรุป
สรุปแล้วปัญหา โน๊ตบุ๊คร้อน ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะมักจะเกิดขึ้นได้กับผู้ใช้งานทุกคน ใม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊คราคาถูก หรือโน๊ตบุ๊คระดับ Hi-end ราคาแพง การที่เราทำความเข้าใจ และรู้จักสาเหตุว่ามันเกิดจากอะไร ก็จะช่วยให้สามารถจัดการกับโน้ตบุ๊คของตัวเองได้มากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการดูแลรักษา และป้องกันไม่ให้เครื่องร้อนจนทำงานผิดพลาด และเกิดความเสียหายจนเครื่องพังนั่นเอง หากใช้งานถูกวิธี และดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ก็จะทำให้ตัวเครื่องอยู่กับเราไปนาน ๆ เป็นเครื่องคู่ใจไปตลอด
Facebook Inbox : https://goo.gl/9wo8oL
Hotline : 063-819-7299
โทร : 02-713-2261
Line@ : @addinonline
Email : [email protected]
